By clicking “Accept All Cookies”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts.
Cookies Settings
บ้านปูฯ ชูกลยุทธ์เสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน ดันเทคโนโลยีพลังงานพร้อมแผนต่อยอดธุรกิจ

บ้านปูฯ ชูกลยุทธ์เสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน ดันเทคโนโลยีพลังงานพร้อมแผนต่อยอดธุรกิจ

ผสานพลังงานที่หลากหลายอย่างสมดุล ปักฐานธุรกิจก๊าซธรรมชาติแหล่งใหญ่ในสหรัฐฯ พร้อมแต่งตั้งอดีตผู้บริหารบริษัทพลังงานชั้นนา นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ เป็นกรรมการ

บริษัท บ้านปู จากัด (มหาชน) ผู้นาด้านธุรกิจพลังงานแห่งเอเชีย เผยกลยุทธ์การลงทุนครั้งใหม่ ซึ่งจะเน้นด้านเทคโนโลยีพลังงาน และเชื้อเพลิงที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่า รวมถึงนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดการดาเนินธุรกิจที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยนอกจากพลังงานทดแทน และเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงสูงและปล่อยมลภาวะต่า (High Efficiency Low Emissions: HELE) แล้ว บ้านปูฯ ยังขยายการลงทุนต่อไปในการผลิตก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (Shale Gas) พร้อมด้วยการบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) และระบบ จัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ (Smart Energy) โดยในขั้นต้นนี้ บ้านปูฯ ได้ก้าวเข้าไปลงทุนกิจการผลิต Shale Gas ที่มาร์เซลลัส (Marcellus Shale) ในรัฐเพนซิลเวเนีย เพื่อป้อนให้แก่ตลาดฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความต้องการพลังงานสูง โดยในแผนรองรับกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคุณอนนต์ สิริแสงทักษิณ เป็นกรรมการและที่ปรึกษาด้วยประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจน้ามันและก๊าซธรรมชาติที่มีมากว่า 30 ปี

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จากัด (มหาชน) กล่าวในงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจาปีของบริษัทฯ เกี่ยวกับกลยุทธ์ใหม่นี้ว่า “บ้านปูฯ ได้ทาการประเมินเชิงลึกถึงแผนการลงทุนมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้วยการสร้างความหลากหลายทางธุรกิจให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น รวมทั้งนาเอาทักษะและจุดแข็งต่างๆ ที่มีอยู่ มาต่อยอด ในขณะเดียวกันก็ลดความเสี่ยงต่างๆ และนาหลักของการเติบโตอย่างยั่งยืนมาใช้ให้เหมาะสม ซึ่งทาให้บริษัทฯ ได้เริ่มต้นก้าวสู่การลงทุนในธุรกิจพลังงานใหม่ๆ ในขณะที่ธุรกิจพลังงานหลักของบ้านปูฯ ยังคงดาเนินต่อไปอย่างแข็งแกร่ง เราก็จะเริ่มนาธุรกิจพลังงานที่สอดรับกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาช่วยสร้างสมดุลด้วย ซึ่งจะเห็นได้จากการที่เราเข้าไปลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น และขณะนี้เราก็ได้เข้าไปเริ่มธุรกิจการผลิตก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดานในสหรัฐอเมริกาแล้ว ทั้งหมด คือ การก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจของบ้านปูฯ การลงทุนเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเราได้ปรับตัวตามแนวทางพลังงานของโลกที่เปลี่ยนแปลง เราจึงมองเห็นภาพบ้านปูฯ พัฒนาไปเป็นผู้นาธุรกิจพลังงานอีกรูปแบบหนึ่ง และมีบทบาทผลิตและจัดหาพลังงานอย่างครบวงจร รองรับห่วงโซ่อุปทานจากต้นน้าถึงปลายน้า เพื่อเป็นเครื่องรับประกันว่าเราสามารถสร้างอุปทานได้อย่างเพียงพอ โดยมีการพัฒนาด้านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และควบคุมการส่งผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นน้อย
ที่สุด ขณะที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งถือเป็นรากฐานสาคัญของการเติบโต
อย่างยั่งยืน”

กลยุทธ์ของบ้านปูฯ ครั้งนี้จะนามาซึ่งการพัฒนาธุรกิจที่สร้างมูลค่าในห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้าถึงปลายน้า สาหรับธุรกิจต้นน้า เราจะเน้นลงทุนกิจการก๊าซธรรมชาติจาก Shale Gas ในสหรัฐอเมริกา ส่วนธุรกิจกลางน้า บริษัทฯ กาลังพิจารณาการจัดหาเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในกิจการเหมืองถ่านหินของบ้านปูฯ ซึ่งสามารถพัฒนาต่อไปเป็นธุรกิจบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานพลังงานในระดับภูมิภาค และในธุรกิจปลายน้า นอกจากลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยี HELE ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงแต่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่าผ่านบ้านปูเพาเวอร์ฯ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือแล้ว บริษัทฯ ยังได้ประเมินศักยภาพของธุรกิจระบบจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ (Smart Energy) ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจการผลิตและบริการด้านพลังงานหลากหลายรูปแบบที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ ได้ เช่นธุรกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงระบบจัดเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) และเทคโนโลยีพลังงานอื่นๆ เพื่อที่จะสามารถรองรับความต้องการด้านพลังงานของผู้บริโภคให้ได้ดีที่สุด ทั้งนี้ แผนธุรกิจและการกาหนดงบประมาณเบื้องต้นสาหรับกลยุทธ์ดังกล่าวจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 3/2559

นางสมฤดีกล่าวเสริมถึงความสาคัญของการใช้ประสบการณ์และความชานาญที่บ้านปูฯ มีอยู่ในการขยายกิจการต่อไปในอนาคตว่า “เราจะพัฒนาธุรกิจระบบจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ โดยต่อยอดจากความรู้ด้านธุรกิจไฟฟ้าที่เราได้สั่งสมมาตลอด บ้านปูฯ เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกธุรกิจไฟฟ้าในประเทศ และตอนนี้เรากาลังจะสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้น อีกครั้ง นอกจากนั้นเรายังมีความตั้งใจที่จะพัฒนาความชานาญในการดาเนินกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับธุรกิจถ่านหิน ไม่ว่าจะเป็นโลจิสติกส์ การตลาด ตลอดจนการพัฒนาสินค้า และการขาย เพื่อให้สอดคล้องและก้าวทันกับทิศทางของอุตสาหกรรมโภคภัณฑ์ ส่วนการลงทุนธุรกิจ Shale Gas นี้ ถือเป็นการขยายทักษะและความชานาญของเราในระดับต้นน้าเพื่อนาไปสู่แนวทางธุรกิจใหม่ มีการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ และเข้าไปลงทุนในภูมิภาคใหม่ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนอยู่ใน DNAของเรา ผลการดาเนินงานในอดีตของบ้านปูฯ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถของเราในการขยายธุรกิจ ยกตัวอย่างเมื่อสิบปีที่แล้วที่บริษัทฯ เริ่มลงทุนในธุรกิจเหมืองใต้ดินในประเทศจีน โดยที่ยังไม่มีประสบการณ์ด้านเหมืองใต้ดินมากนัก และยังใหม่ต่อการทาธุรกิจในประเทศจีน แต่มาถึงวันนี้ เรามีความเชี่ยวชาญในธุรกิจเหมืองใต้ดิน และยังบรรลุขีดความสามารถในการพัฒนาประสิทธิภาพของเหมืองใต้ดินต่างๆ ทั้งในประเทศจีนและออสเตรเลียอีกด้วย”

สาหรับความคืบหน้าของธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา บ้านปูฯ ได้เข้าถือครองสิทธิร้อยละ 29.4 ในสัญญาร่วมสารวจ (Joint Exploration Agreement: JEA) ที่ Chaffee Corners ซึ่งเป็นแหล่งผลิต Shale Gas ที่มีต้นทุนการผลิตต่า ที่ตั้งอยู่ทางแถบตะวันออกเฉียงเหนือของ Marcellus Shale ในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยคิดเป็นมูลค่า 112 ล้านเหรียญสหรัฐ Marcellus Shale เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุดของโลก สัดส่วนการถือครองปริมาณสารอง (P1) ของบ้านปูฯ อยู่ที่ 156,000 ล้าน ลูกบาศก์ฟุต และ มีเป้าการผลิตให้ได้ปริมาณรวมทั้งสิ้น 21 ล้าน ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ในปี 2559 เพื่อส่งมอบต่อลูกค้าในประเทศ โดยใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วนผู้ร่วมลงทุนและบริหารจัดการการผลิต คือ บริษัท Talisman Energy ซึ่งถือครองสิทธิร้อยละ 65.4 โดยเป็นหนึ่งในผู้นาธุรกิจ Shale Gas ในทวีปอเมริกาที่ผลิตก๊าซจาก Marcellus Shale กว่า 400 ล้าน ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน สาหรับ Marcellus Shale นั้นมีปริมาณก๊าซสารองที่พิสูจน์แล้วประมาณ 85 ล้านล้าน ลูกบาศก์ฟุต คิดเป็นสัดส่วนเท่ากับหนึ่งในห้าของการผลิตก๊าซทั้งหมดในประเทศ ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติใน Marcellus Shale มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนขนส่งที่ต่า และตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับตลาดที่มีความต้องการใช้พลังงานสูง ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา

สาหรับการพัฒนาก้าวที่สาคัญของบริษัทฯ ในครั้งนี้ บ้านปูฯ ได้แต่งตั้งนายอนนต์ สิริแสงทักษิณ อดีตผู้บริหารบริษัทพลังงานชั้นนา เป็นกรรมการบริหารและที่ปรึกษา เพื่อนาประสบการณ์กว่าสามทศวรรษในการบริหารธุรกิจน้ามันและ ก๊าซธรรมชาติมาขับเคลื่อนกลยุทธ์ใหม่ของบริษัทฯ ให้เดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับการอนุมัติในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจาปี 2559 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“โดยภาพรวม ขณะที่เรามองว่าธุรกิจถ่านหินจะยังสร้างมูลค่าจากการเติบโตได้อีกมาก เราก็เริ่มการลงทุนเพิ่มในธุรกิจก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักที่สอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ที่สาคัญ เรามีการกระจายความเสี่ยงเชิงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ในการลงทุน ด้วยการเข้าไปปักธงธุรกิจในสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างสมดุลให้กับกิจการต่างๆ ของบ้านปูฯ ที่กระจายตัวอยู่แล้วในภูมิภาคเอเชีย ก่อนการบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจนี้ ตลอดสองปีที่ผ่านมาเราได้ทา due diligence ตรวจสอบวิเคราะห์สถานะธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างถี่ถ้วน จึงมั่นใจว่าการลงทุนครั้งนี้มีความเสี่ยงต่า เพราะเรามีปริมาณก๊าซสารองที่มีการพิสูจน์และดาเนินการผลิตแล้ว มีตลาดที่มีการเติบโตสูง มีกฎระเบียบของรัฐบาลที่เอื้อต่อการดาเนินกิจการ มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งและเชี่ยวชาญทั้งในด้านการบริหารจัดการและด้านการลงทุน อีกทั้งมีโอกาสรับการถ่ายทอดข้อมูลและความรู้ความชานาญได้อย่างเต็มที่ และเรายังมีสัญญาที่แน่นอนในการรับซื้อก๊าซธรรมชาติจากตลาดในประเทศด้วย นอกจากนี้ ภาวะราคาน้ามันและก๊าซที่กาลังปรับตัวลดลงอยู่ ถือเป็นจังหวะที่ดีให้เราได้ลงทุนด้วยต้นทุนที่ต่า และมีแนวโน้มที่จะได้ผลตอบแทนที่สูง ณ วันนี้ เราได้ก้าวเข้าไปเริ่มการลงทุนธุรกิจการผลิตก๊าซธรรมชาติของสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ที่มีศักยภาพอย่างมาร์เซลลัส ซึ่งเอื้อต่อการขยายโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซื้อหรือขายกิจการในตลาดซึ่งมีสภาพคล่องที่ดี และเพื่อให้กลยุทธ์นี้เดินหน้าไปได้อย่างดี เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่คุณอนนต์ ได้ให้เกียรติเข้ามาร่วมบริหารและให้คาปรึกษา ด้วยประสบการณ์และความชานาญที่จะสร้างคุณค่าให้ธุรกิจนี้ดาเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน” นางสมฤดีกล่าวปิดท้าย

© 2021 บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) | Banpu Public Company Limited. All rights reserved.