ผู้นำด้านพลังงานแห่งเอเชีย ที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืน
บ้านปูมุ่งสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจจากการผนึกพลังของพอร์ตธุรกิจพลังงานที่มีความหลากหลายใน 9 ประเทศยุทธศาสตร์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศออสเตรเลีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศมองโกเลีย ประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
บ้านปูขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “Energy Symphonics” ตอบสนองต่อความต้องการพลังงานของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน ด้วยการสร้างสมดุลพลังงานที่มีความเสถียร สามารถเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ภายใต้กลยุทธ์ “Energy Symphonics” เฟสใหม่ บริษัทฯ มุ่งสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน พร้อมกับคว้าโอกาสการเติบโตในยุค AI ด้วยการทำงานร่วมกันของบุคลากรที่เปี่ยมศักยภาพและเทคโนโลยีแห่งอนาคต บ้านปูกำลังเดินหน้าด้วย 4 กลุ่มธุรกิจที่มีจุดแข็งเฉพาะตัวและต่างเสริมแกร่งซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างคุณค่าจากการผสานพลังร่วม (Synergistic Value) และสร้างการเติบโตอย่างครบวงจรและยั่งยืน
-กลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining): มุ่งมั่นสร้างคุณค่าจากทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ ตอบโจทย์ตลาดโภคภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการใช้พลังงานไฟฟ้า (electrification) ขณะที่จะเสริมแกร่งด้วยการปฏิบัติการอันเป็นเลิศ ธุรกิจกลุ่มนี้จะเติบโตด้วยแร่แห่งอนาคตที่หลากหลายและเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อการทำเหมืองที่มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และชาญฉลาด
-กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ (U.S. Closed-Loop Gas): ตอบสนองความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลขนาดใหญ่ ด้วยสูตรสำเร็จที่ผสานธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจไฟฟ้า และธุรกิจดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS) ผ่านการดำเนินงานของบริษัท BKV Corporation (จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก) ด้วยกลยุทธ์ Closed-Loop Net Zero ธุรกิจกลุ่มนี้จะขยายสินทรัพย์ต้นน้ำที่มีคุณภาพเพื่อสร้างจุดแข็ง คว้าโอกาสจากธุรกิจไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในสหรัฐฯ รวมถึงเร่งการขยายธุรกิจ CCUS เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
-กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+): เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ที่ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบ รองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก AI และดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงความต้องการไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ธุรกิจกลุ่มนี้มุ่งขยายสินทรัพย์ในตลาดสำคัญ และผสานศักยภาพของทั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อน พลังงานหมุนเวียนระดับสาธารณูปโภค ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และการซื้อขายพลังงานเข้าไว้ด้วยกัน เป็นแพลตฟอร์มครบวงจรที่ช่วยเสริมความคล่องตัวและขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ
-กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต (Future Tech): ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ด้วยการเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลและเมกะเทรนด์ใหม่ ๆ ควบคู่กับการนำเสนอโซลูชันพลังงานสำหรับลูกค้ารายย่อย เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดคาร์บอนของลูกค้าทุกราย กลุ่มธุรกิจนี้จะช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม สร้างคุณค่าจากการผสานพลังร่วม (Synergistic Value) และปลดล็อกโอกาสการเติบโตในธุรกิจ S-Curve ใหม่ ๆ
บริษัทฯ มีนโยบายที่จะจ่ายเงินปันผลประมาณร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิของงบการเงินรวม หลังหักเงินสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและบริษัทฯ ได้กำหนดไว้ อย่างไรก็ตามอัตราการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับกระแสเงินสดและภาระการลงทุนของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ รวมถึงข้อจำกัดทางกฎหมายและความจำเป็นอื่นๆ
บริษัทย่อยมีนโยบายจ่ายเงินปันผลจากผลกำไรสุทธิจากการประกอบกิจการหลังหักสำรอง ตามที่กฎหมายกำหนดโดยคณะกรรมการจะพิจารณาถึงกำไรจากการดำเนินงาน เงื่อนไขทางการเงินและความต้องการเงินทุนและเสนอผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติการจ่ายเงินปันผล
ผู้ถือหุ้นของบ้านปู จะไม่ได้รับการเครดิตภาษีเงินปันผลในรอบที่ผ่านมา เพื่อใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื่องจากเป็นการจ่ายจากเงินปันผลหรือส่วนแบ่งของกำไรที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะบ้านปูได้รับเงินปันผลจากบริษัทย่อยที่อยู่ในต่างประเทศที่บ้านปูถือหุ้นเกิน 25% และบริษัทย่อยนั้นๆ ซึ่งได้เสียภาษีมาแล้วในต่างประเทศด้วยอัตราภาษีที่เกิน 15% จึงทำให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำเงินปันผลนั้น มาคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มบ้านปูไม่น้อยกว่า 20% ภายในปี 2030 และตั้งเป้าหมายบรรลุ Net Zero (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) ของกลุ่มบ้านปูภายในปี 2050
