By clicking “Accept All Cookies”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts.
Cookies Settings
บ้านปูฯ เปิดค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม “เพาเวอร์กรีน” ครั้งพิเศษ

บ้านปูฯ เปิดค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม “เพาเวอร์กรีน” ครั้งพิเศษ

‘อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน’ นับเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีลักษณะเด่นทางธรรมชาติที่สำคัญหลายประการ โดยอุทยานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าแก่งกระจาน ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกอาเซียน ภายใต้คำนิยามที่ว่า ‘เป็นพื้นที่คุ้มครอง ที่มีความสำคัญ ควรค่าต่อการอนุรักษ์อย่างสูง ซึ่งจะต้องสงวนรักษาไว้ให้คงความสมบูรณ์ เพื่อเป็นตัวแทนของระบบนิเวศของภูมิภาคอาเซียน’

การรักษามรดกอุทยานแห่งนี้ให้คงความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน เราจำเป็นต้องใส่ใจกับความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยเหตุนี้ “บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)” ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ ที่มุ่งมั่นพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน จึงจับมือกับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าสานต่อการสร้างสรรค์ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ‘เพาเวอร์กรีน’ ในรูปแบบพิเศษขึ้นภายใต้ธีม “Jungle Rumble – เสียงก้องจากป่าลึก” โดยจัดการแข่งขันตอบคำถามผ่านทางออนไลน์เป็นครั้งแรก สอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อคัดเลือกเยาวชน 15 คน ไปทัศนศึกษาด้วยการเดินป่าแบบเจาะลึกที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ ปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้แก่เยาวชน พร้อมทั้งสร้างแกนนำและเครือข่ายเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

โครงการค่าย “เพาเวอร์กรีน” ภายใต้ธีม “Jungle Rumble – เสียงก้องจากป่าลึก” ในปีนี้ เปิดโอกาสให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 ทั่วประเทศ ทุกแผนการเรียนทีมละ 3 คน สมัครเข้ามาร่วมกิจกรรมแข่งขันตอบคำถามผ่านช่องทางออนไลน์รวม 2 รอบ เพื่อวัดพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจเรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทำภารกิจสะสมคะแนนผ่านสื่อออนไลน์ โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น 243 ทีม จากนั้นคัดเลือกผู้ชนะจำนวน 5 ทีม เพื่อไปทัศนศึกษา ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคมที่ผ่านมา รวมเป็นระยะเวลา 3 วัน 2 คืน

เยาวชนทั้ง 15 คน มีโอกาสศึกษาเส้นทางธรรมชาติ สัมผัสความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในป่าแก่งกระจาน สำรวจและทำความรู้จักพันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ รวมทั้งแมลงนานาชนิด เรียนรู้วิธีดำรงชีวิตอย่างปลอดภัยในป่า การแกะรอยสัตว์ป่า และวิธีการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพเพื่อสำรวจพฤติกรรม และจำนวนประชากรสัตว์ป่า กิจกรรมดูนก ณ แหล่งชมนกที่ดีที่สุดในประเทศไทย พร้อมทั้งกิจกรรมเรียนรู้ดาราศาสตร์และสังเกตท้องฟ้ายามค่ำคืน

นอกจากนี้ เยาวชนยังได้ร่วมกิจกรรมจิตอาสา (CSR) เรียนรู้การทำโป่งเทียม ซึ่งเป็นแหล่งแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับสัตว์ป่า เช่น ช้าง กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง รวมทั้งนก และแมลงนานาชนิด กิจกรรมดังกล่าว นอกจากจะช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารให้สัตว์ป่าแล้ว ยังป้องกันไม่ให้สัตว์ป่าออกไปหาอาหารในพื้นที่ชุมชน และลดความขัดแย้งกับชาวบ้านได้อีกด้วย

นางอุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบันเด็ก ๆ มีความรู้ด้านต่าง ๆ ไม่น้อยไปกว่าผู้ใหญ่ จากข้อมูลในโลกออนไลน์ที่เข้าถึงได้อยู่ตลอดเวลา แต่มันคงจะดีกว่า ถ้าพวกเขาได้มีโอกาสมาออกมาเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ซึ่งจะทำให้พวกเขาเข้าใจ และจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ออกมาใช้ชีวิตใกล้ชิดและเห็นความงดงามของธรรมชาติ จะทำให้พวกเขาเห็นถึงคุณค่า มีความรู้สึกรักและหวงแหนสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการอาสาทำหน้าที่นักอนุรักษ์ ซึ่งทุกคนสามารถเริ่มจากตนเองก่อน โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันให้สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล รวมถึงการเป็นกระบอกเสียงในการส่งต่อความรู้ที่ได้รับจากค่ายฯ ให้คนรอบข้างได้ตระหนักถึงความสำคัญและความเชื่อมโยงกันของความหลากหลายทางชีวภาพกับมนุษย์ ซึ่งพลังที่ส่งต่อกันนี้ย่อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อทัศนคติและพฤติกรรมของเยาวชนให้เกิดความรักและหวงแหนต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวคิดของบ้านปูฯ ที่ว่า “พลังความรู้ คือ พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา”

ดร.พูนเพิ่ม วรรธนะพินทุ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการและวิทยบริการ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “การคัดเลือกเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เราคัดเลือกกลุ่มที่มีความสนใจและให้ความสำคัญกับธรรมชาติจริง ๆ ดังนั้น ผลกระทบที่ได้จากโครงการจะเป็นผลกระทบแบบลูกโซ่ ซึ่งเริ่มต้นจากบ่มเพาะเยาวชนให้มีความรู้และแรงบันดาลในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมนำไปถ่ายทอดต่อให้คนรอบข้างได้รับรู้ เพื่อโน้มน้าวผู้ฟังเกิดแพสชั่นเดียวกัน เกิดเป็นเครือข่ายในการอนุรักษ์ที่เข้มแข็ง ที่มีเป้าหมายเดียวกันในการร่วมกันสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเชิงบวกอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นความคาดหวังสูงสุดของค่ายฯ”

ตัวแทนเยาวชนที่มีโอกาสไปร่วมค่ายฯ ต่างก็ได้รับความรู้ใหม่ ๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมตัวจริง รวมถึงได้รับประสบการณ์สนุก ๆ ที่น่าจดจำมากมาย ซึ่งพร้อมจะถ่ายทอดให้ทุกคนได้รับรู้ เริ่มจาก บิ๊ก-วรากร เติมสายทอง เล่าว่า “พวกเราเป็นเยาวชนก็จริง แต่เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่พวกเราสามารถเริ่มต้นอนุรักษ์ได้ ส่วนตัวชื่นชอบการทำกิจกรรมอยู่แล้ว และสนใจในด้านสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ เพราะผมมองว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว การตัดสินใจมาค่ายฯ ในครั้งนี้ เพราะอยากสัมผัสประสบการณ์การเดินป่าอีกรูปแบบที่หาไม่ได้จากในเมือง เพื่อที่จะเอาไปบอกต่อกับคนอื่นว่าป่ามีความสำคัญกับชีวิตเราตั้งแต่ตอนตื่นไปจนถึงตอนนอน เราใช้น้ำเพื่อกิน เราใช้อากาศเพื่อหายใจ ไม่เพียงเท่านั้นนะครับ พืชและสัตว์บางชนิดที่นับวันจะลดน้อยลง ถ้าเราช่วยกันอนุรักษ์สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้เรามีธรรมชาติให้พึ่งพาต่อไปครับ”

เอี๊ยม-วรัญญา หม้อนนทา ให้ความเห็นว่า “หนูชื่นชอบด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมอยู่แล้วค่ะ พยายามหาโอกาสที่จะเข้าร่วมกิจกรรมแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว กิจกรรมที่หนูรู้สึกประทับใจในค่ายนี้ คือ การตรวจวัดคุณภาพน้ำจากการสำรวจแมลงตัวเล็ก ๆ ที่แทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่กลับทำให้ได้รู้ว่าน้ำบริเวณนั้น ๆ สะอาดมากน้อยแค่ไหน เดี๋ยวกลับบ้านไปจะลองใช้วิธีที่ได้เรียนจากค่ายฯ ไปสำรวจน้ำตกข้างบ้านบ้าง และอีกกิจกรรมที่ชอบมากเป็นพิเศษ คือ การส่องนก เพราะได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติ และได้เห็นนกเงือก ซึ่งถือเป็นนกหายาก ที่อาศัยอยู่ในป่าแบบตัวเป็น ๆ อีกด้วย เป็นโอกาสที่หาได้ยากมาก”

ปิดท้ายที่ เก้า-เกล้าภูมิ เจริญศิริ ที่บอกว่า “ค่ายเพาเวอร์กรีนได้เปิดประสบการณ์และให้ความรู้ที่ดีมากครับ อาจด้วยจำนวนคนที่ไม่มาก ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ โดยส่วนตัวแล้วชื่นชอบและสนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมจากที่คุณพ่อเป็นคนชอบเดินป่า และมักจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับป่าให้ฟังเสมอ ทำให้ผมสนใจในเรื่องนี้มาก ผมชอบศึกษาสัตว์ว่ามันมีลักษณะอย่างไร ใช้ชีวิตแบบไหน การเดินป่าในครั้งนี้ก็เช่นกันครับ ทำให้ผมได้มองเห็นธรรมชาติแบบใกล้ชิด มีต้นไม้หลายชนิดที่พบเห็นได้ยาก ส่วนใหญ่อายุมากกว่าผมหลายสิบปีเลยครับ ซึ่งใช้ระยะเวลานานมากกว่าจะต้นใหญ่ได้ขนาดนี้ เราจึงควรช่วยกันอนุรักษ์เอาไว้ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าป่ายังมีอะไรมากมายให้เราได้เรียนรู้ครับ”

สามารถติดตามข่าวสารอื่นๆ ของค่ายฯ ได้ที่
เฟซบุ๊ก www.facebook.com/powergreencamp
โทรศัพท์ 0 2441 5000 ต่อ 2112

###

เกี่ยวกับค่าย เพาเวอร์กรีน
โครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม “เพาเวอร์กรีน” (Power Green Camp) ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2549 โดยความร่วมมือระหว่างบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้แนวคิด
“วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม – เรียนรู้สู่การปฏิบัติ” ซึ่งมุ่งเน้นให้เยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 สายวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศได้เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเกิดความรู้สึกรักและหวงแหนธรรมชาติ ตลอดจนนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ สร้างแกนนำและเครือข่ายเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

เกี่ยวกับบ้านปูฯ
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ ดำเนิน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานใน 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม

“พลังความรู้ คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา”
บ้านปูฯ เชื่อว่า “การเรียนรู้” เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนา “คน” ซึ่งจะขับเคลื่อนชุมชนและสังคมให้พัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว โครงการซีเอสอาร์ของบ้านปูฯ ในทุกประเทศ จึงมุ่งเน้นสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องให้กับเยาวชนและชุมชนในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน การฝึกฝนเพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะชีวิต หรือการค้นคว้า เรียนรู้ และค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเองหรือร่วมกับคนอื่น ๆ

© 2021 บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) | Banpu Public Company Limited. All rights reserved.