By clicking “Accept All Cookies”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts.
Cookies Settings
3 เยาวชนดีเด่น ค่าย “เพาเวอร์กรีน” ปีที่ 12 ของบ้านปูฯ เดินทางสู่ญี่ปุ่น เรียนรู้การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดการทรัพยากรอย่างสมดุล จากประเทศสิ่งแวดล้อมต้นแบบ

3 เยาวชนดีเด่น ค่าย “เพาเวอร์กรีน” ปีที่ 12 ของบ้านปูฯ เดินทางสู่ญี่ปุ่น เรียนรู้การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดการทรัพยากรอย่างสมดุล จากประเทศสิ่งแวดล้อมต้นแบบ

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิกที่มุ่งมั่นพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ร่วมกับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลนำเยาวชนดีเด่น 3 คน จากโครงการ “ค่ายเพาเวอร์กรีน”  ปีที่ 12 เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในประเทศที่เจริญล้ำหน้าทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ตลอดจนอุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สอดคล้องกับหัวข้อของโครงการฯ ปีที่ 12 “เศรษฐกิจ สังคม และความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างสมดุลอย่างไรให้ยั่งยืนในยุคไทยแลนด์ 4.0” มุ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีหัวใจรักและห่วงใยโลกได้เปิดโลกทัศน์ พร้อมเรียนรู้แนวทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศที่มีความพร้อมและเป็นต้นแบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

การทัศนศึกษาครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งกิจกรรมที่ต่อยอดจากโครงการค่ายวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม “เพาเวอร์กรีน”  ปีที่ 12 โดยประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม หรือ Environment Performance Index: EPI เป็นลำดับที่ 20 จากทั้งหมด 180 ประเทศ หรือเป็นลำดับที่ 2 ในทวีปเอเชียรองจากอิสราเอล[1] นับเป็นประเทศที่มีประสิทธิภาพในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมลำดับต้นๆ ของโลก ในทริปนี้เยาวชนได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมมากมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญ ได้แก่

  • ศึกษาเขตสงวนชีวมณฑล ณ เมืองมินาคามิ จังหวัดกุนมะ ซึ่งได้รับการบันทึกให้เป็นหนึ่งใน UNESCO Eco Park เรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการของเมืองในการคงไว้ซึ่งความสมบูรณ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมกับการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และชุมชน


เขตสงวนชีวมณฑล ณ เมืองมินาคามิ จังหวัดกุนมะ และการบรรยายเกี่ยวกับการบริหารจัดการ UNESCO Eco Park

  • เข้าชมศูนย์หัตถกรรมทาคุมิ โนะ ซาโต้ (Takumi no Sato) สัมผัสกับงานฝีมือของช่างหัตถกรรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น พร้อมทำความเข้าใจโครงการ อาคายะ (Akaya Project) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการคืนสภาพป่าชุมชนให้คงความเป็นธรรมชาติแบบดั้งเดิมไปพร้อมๆ กับชุบชีวิตให้กับ “คัสทาเน็ต” เครื่องดนตรีอันดับต้นๆ ที่เด็กญี่ปุ่นมักใช้เคาะจังหวะและร้องรำทำเพลง


3 เยาวชนดีเด่นจากโครงการ “ค่ายเพาเวอร์กรีน”  ปีที่ 12 ขณะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ตลอดการทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น

  • ศึกษาวิธีการเก็บสาเกใน “ห้องเย็นธรรมชาติ” ที่ถือกำเนิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านในการอาศัยความเย็นจากหิมะ แทนการใช้พลังงานไฟฟ้า  ณ Uonuma-no-sato Sake Brewery จังหวัดนีงาตะ


คณะบ้านปูฯ และ 3 เยาวชนดีเด่นจากโครงการ “ค่ายเพาเวอร์กรีน”  ปีที่ 12 ขณะศึกษาวิธีการเก็บสาเก โดยใช้พลังงานความเย็นจากหิมะ ณ Uonuma-no-sato Sake Brewery จังหวัดนีงาตะ

  • ศึกษากระบวนการทำงานของโรงเผาขยะ Shin-Koto Incineration Plant ซึ่งเป็นโรงเผาขยะที่ใหญ่ที่สุดของโตเกียวที่สามารถเผาขยะได้ 1,800 ตันต่อวัน โดยไม่สร้างมลภาวะให้กับเมือง ทั้งยังผลิตกระแสไฟฟ้าจากกระบวนการเผาขยะได้ถึง 16,000 กิโลวัตต์ต่อรอบการเผา สามารถนำกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้มาใช้ได้ครอบคลุมทั้งโรงงาน และเหลือสำหรับจำหน่ายให้กับชุมชนโดยรอบ


คณะบ้านปูฯ และ 3 เยาวชนดีเด่นจากโครงการ “ค่ายเพาเวอร์กรีน”  ปีที่ 12 ขณะศึกษากระบวนการการทำงานของโรงเผาขยะ Shin-Koto Incineration Plant ที่สามารถจัดการขยะและพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • เข้าชมพิพิธภัณฑ์พืชเมืองร้อน เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของพืชต่างถิ่น พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อศึกษาจุด
    กำเนิดของโลก สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสัตว์ และ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และวิวัฒนาการสมัยใหม่แห่งชาติ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ความล้ำหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นตัวอย่างในการเรียนรู้ถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และสังคม ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของประเทศญี่ปุ่นที่เด่นชัด

นางอุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส-องค์กรสัมพันธ์ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ด้วยแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability Development Policy) และนโยบายความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Policy) ที่บ้านปูฯ ใช้เป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างสังคมและสิ่งแวดล้อม ปีนี้นับเป็นปีที่ 3 ที่บริษัทฯ ผลักดันเยาวชนให้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมด้านความหลากหลายทางชีวภาพในต่างประเทศ โดยบ้านปูฯ เชื่อว่า ประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในประเทศที่บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบ้านปูฯ ดำเนินธุรกิจทางด้านโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นั้น เป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงในด้านการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ในขณะเดียวกันก็สามารถรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์ความอุดมสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน การเดินทางในครั้งนี้นอกจากจะช่วยเปิดโลกทัศน์ แล้วยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอด และหวังว่าเด็กๆ กลุ่มนี้จะมีส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศในอนาคต สอดคล้องกับแนวคิดของบ้านปูฯ ที่ว่า “พลังความรู้คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา”

เยาวชนทั้ง 3 คน ที่ได้รับโอกาสเดินทางไปทัศนศึกษาในครั้งนี้ได้แก่ 1) นายอัครพันธ์ ทวีศักดิ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย จังหวัดปทุมธานี   2) นางสาวฐานิญา เมธาสมิทธ์กุล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนธิดานุเคราะห์ และ 3) นางสาวภัทรลดา สิทธิพล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนสารคามพิทยาคม น้องๆ ทุกคนรู้สึกประทับใจกับประสบการณ์ 5 วันเต็ม ที่พวกเขาได้เรียนรู้และเปิดโลกทัศน์จากการทัศนศึกษาครั้งนี้และต่างเก็บเกี่ยวความรู้ในแง่มุมที่พวกเขาสนใจต่อเนื่องตลอดทริป


(จากซ้ายไปขวา) นางสาวฐานิญา เมธาสมิทธ์กุล หรือ น้องมาย
นายอัครพันธ์ ทวีศักดิ์ หรือ น้องไอซ์ และ นางสาวภัทรลดา สิทธิพล หรือ น้องนันท์

นายอัครพันธ์ ทวีศักดิ์ หรือ น้องไอซ์ กล่าวว่า “สถานที่แต่ละแห่งมีการบริหารจัดการทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ความหลากหลายทางชีวภาพ การอยู่ร่วมกันระหว่างชุมชน ไปจนถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างแต่เด่นชัด ประทับใจตอนที่ได้เห็นการทำงานของโรงเผาขยะ Shin-Koto Incineration Plant ที่สามารถจัดการขยะและพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการต่างๆ ในการทำงานของโรงงานไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังมีการปลูกฝังคนในโรงงานและชุมชนรอบข้างให้มีใจรักในสิ่งแวดล้อมอีกด้วย การเดินทางมาทัศนศึกษาในครั้งนี้ช่วยให้ได้เปิดโลกทัศน์ และนำความรู้ที่ได้ไปเผยแพร่ให้แก่เพื่อนๆ นับเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต”


นายอัครพันธ์ ทวีศักดิ์ หรือ น้องไอซ์
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย

ด้าน นางสาวฐานิญา เมธาสมิทธ์กุล หรือ น้องมาย กล่าวเพิ่มเติมว่า “พอรู้ว่าตัวเองจะได้ไปทัศนศึกษาที่ญี่ปุ่นก็รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากๆ จากทริปนี้ ชอบเขตสงวนชีวมณฑล เมืองมินาคามิ ที่เป็นหนึ่งใน UNESCO Eco Park มากที่สุด เพราะทุกอย่างมีการบริหารจัดการที่เป็นระบบระเบียบ มีการแบ่งหน้าที่ของแต่ละพื้นที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่รอบนอกที่เป็นย่านอยู่อาศัย พื้นที่กันชนที่จัดไว้เพื่อการศึกษา และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ไปจนถึงพื้นที่แกนกลางที่ดำเนินงานอย่างเข้มงวด คุ้มครองด้วยกฎหมาย เพื่อการอนุรักษ์ระยะยาว อยากขอบคุณทางค่ายฯ ที่พาไปรู้จักและเรียนรู้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นทริปที่เหมือนฝัน เพราะถ้าทางโครงการฯ ไม่พามา ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะมีโอกาสมาทัศนศึกษาที่เกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพแบบนี้ได้หรือเปล่า”


นางสาวฐานิญา เมธาสมิทธ์กุล หรือ น้องมาย
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนธิดานุเคราะห์

นางสาวภัทรลดา สิทธิพล หรือ น้องนันท์ กล่าวเสริมจากเพื่อนๆ พร้อมเชิญชวนเยาวชนที่สนใจให้เข้าร่วมโครงการฯ ว่า “สถานที่ทุกแห่งที่ได้ไปทัศนศึกษาในครั้งนี้ต่างก็ให้ข้อมูลและความรู้ทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป รู้สึกว่าการที่ค่ายฯ พามาต่างประเทศเป็นโอกาสที่ดีมากๆ รู้สึกสนุกที่ได้มายังสถานที่ใหม่ๆ ได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ ชอบตอนที่ได้ไปศึกษาวิธีการเก็บสาเกที่ Uonuma-no-sato Sake Brewery เพราะทำให้ได้รู้ว่าเราสามารถนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีได้อย่างยั่งยืน หากนำวิธีเดียวกันนี้มาประยุกต์ใช้ที่ประเทศไทย ก็จะสามารถรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นรวมไปถึงนำเอานวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้อย่างสมดุล อยากชวนน้องๆ และเพื่อนๆ ที่มีความสนใจทางด้านสิ่งแวดล้อมมาร่วมเข้าค่ายเพาวเวอร์กรีนกันเยอะๆ เพราะจะได้มีโอกาสในการเรียนรู้นอกห้องเรียน เปิดวิสัยทัศน์ให้กว้างไกล และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้อีกด้วย”


นางสาวภัทรลดา สิทธิพล หรือ น้องนันท์
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสารคามพิทยาคม

สำหรับเยาวชนที่สนใจอยากเปิดโลกทัศน์และเข้าร่วมค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
“ค่ายเพาเวอร์กรีน 13” ที่จะจัดขึ้นในช่วงปิดภาคเรียน ระหว่างวันที่ 18-25 ตุลาคม 2561 ณ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา สามารถติดตามข่าวสารการเปิดรับสมัครและข้อมูลต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.powergreencamp.com เฟซบุ๊ค www.facebook.com/powergreencamp หรือ โทร. 0 2441 5000 ต่อ 2112

[1] 2018 Environmental Performance Index

###

เกี่ยวกับ ค่ายเพาเวอร์กรีน
โครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม “เพาเวอร์กรีน”  (The Power Green Camp) ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 โดยความร่วมมือระหว่างคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิดที่ว่า “วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม – เรียนรู้สู่การปฏิบัติ” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนเน้นให้เยาวชนรู้จักนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้แก่เยาวชน สร้างแกนนำและเครือข่ายเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยกลุ่มเป้าหมายของค่ายฯ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5  สายวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ

เกี่ยวกับ บมจ. บ้านปูฯ
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก ดำเนินธุรกิจถ่านหิน ธุรกิจไฟฟ้า และพลังงานที่เกี่ยวเนื่องอย่างครบวงจรใน 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม

“พลังความรู้ คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา”
บ้านปูฯ เชื่อว่า “การเรียนรู้” เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนา “คน” ซึ่งจะขับเคลื่อนชุมชนและสังคมให้พัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว โครงการซีเอสอาร์ของบ้านปูฯ ในทุกประเทศ จึงมุ่งเน้นสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องให้กับเยาวชนและชุมชนในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน การฝึกฝนเพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะชีวิต หรือการค้นคว้า เรียนรู้ และค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเองหรือร่วมกับคนอื่นๆ

© 2021 บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) | Banpu Public Company Limited. All rights reserved.