By clicking “Accept All Cookies”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts.
Cookies Settings
บ้านปูฯ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2548 กำไรเพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาถ่านหินปรับตัวสูงขึ้น

บ้านปูฯ รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2548 กำไรเพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาถ่านหินปรับตัวสูงขึ้น

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ประจำปีงบประมาณ 2548 (1 เมษายน 2548 – 30 มิถุนายน 2548) มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 458 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 41 จากงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นผลมาจากราคาขายถ่านหินที่เพิ่มขึ้น

นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 2 ประจำปีงบประมาณ 2548 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 5,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา 1,438 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 35 มีกำไรสุทธิรวม 1,588 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา 458 ล้านบาท หรือร้อยละ 41 มีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานเท่ากับ 5.84 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 4.16 บาทต่อหุ้นในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยในครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 3,157 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 141 จากงวดเดียวกันของปี 2547

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ปริมาณการขายถ่านหินของบริษัทฯ ลดลง ร้อยละ 6 จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสภาวะฤดูฝนในประเทศอินโดนีเซีย ในขณะที่ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยไตรมาส 2 ของบริษัทฯ สูงขึ้นเป็น 34.15 เหรียญสหรัฐต่อตันหรือสูงขึ้นร้อยละ 47 จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 5,491 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการจำหน่ายถ่านหิน 5,450 ล้านบาท หรือร้อยละ 99 เป็นรายได้จากการขายถ่านหินจากแหล่งผลิตในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย 4,846 ล้านบาท และรายได้จากการขายถ่านหินจากแหล่งผลิตในประเทศไทย 604 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้จากการจำหน่ายแร่อุตสาหกรรมและบริการอื่นอีกจำนวน 41 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1 ของรายได้รวม

“ผลประกอบการในรอบครึ่งปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงผลประกอบการที่ดีของธุรกิจถ่านหิน ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยเฉพาะราคาขายถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าปริมาณขายในไตรมาสที่ 2 นี้ จะต่ำกว่าในไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมาก็ตาม” นายชนินท์กล่าว

บริษัทฯ รับรู้ผลขาดทุนของบริษัทร่วมจำนวน 87 ล้านบาท และบันทึกเงินปันผลรับจากการถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่งซึ่งดำเนินธุรกิจไฟฟ้าเป็นจำนวน 252 ล้านบาท และกำไรก่อนภาษีจากการขายหลักทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักเป็นจำนวน 810 ล้านบาท ส่วนฐานะทางการเงินของ บริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2548 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมจำนวน 41,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,100 ล้านบาท หรือร้อยละ 5 และมีหนี้สินรวมจำนวน 18,040 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,617 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2548 เท่ากับ 0.24 เท่า เทียบกับ 0.22 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม ปีที่ผ่านมา

ในส่วนของธุรกิจถ่านหินนั้น บริษัทฯ มีเป้าหมายในการผลิตและจำหน่ายถ่านหินของปี 2548 เพิ่มขึ้นเป็น 18.5 ล้านตัน จาก 15.6 ล้านตันในปี 2547 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 โดยคาดว่าต้นทุนการผลิตโดยรวมในปี 2548 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปีที่ผ่านมา เป็นผลจากการปรับตัวของราคาน้ำมันดีเซลในประเทศอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทฯ จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากราคาขายถ่านหินยังอยู่ในระดับที่ดี ประกอบกับบริษัทฯ มุ่งให้ความสำคัญในเรื่องการประหยัดพลังงานและลดต้นทุนในทุกสำนักงานและเหมืองของบริษัทฯ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างศึกษาระบบการขนส่งใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาวอีกด้วย

สำหรับความคืบหน้าของการลงทุนในธุรกิจถ่านหินของบริษัทฯ ในประเทศจีน เหมืองต้าหนิงที่บริษัทร่วมลงทุนผ่านเอเชียน อเมริกัน โคล อิงค์ จะเริ่มดำเนินการผลิตถ่านหินได้ในเดือนกันยายน 2548 โดยจะมีกำลังผลิตประมาณ 5.5 ล้านตันต่อปี นอกจากนี้ เหมืองถ่านหินเฮ่อปี้ ที่บริษัทฯ ได้ร่วมลงทุนกับ Hebi Coal and Electricity Company (HCEC) คาดว่าจะสามารถเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่งปัจจุบันเหมืองเฮ่อปี้ มีกำลังการผลิต 0.9 ล้านตันต่อปี และจะมีการขยายกำลังผลิตเป็น 1.5 ล้านตันต่อปี

ในส่วนของธุรกิจไฟฟ้า ขณะนี้การก่อสร้างโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ. ระยอง ที่บริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 50 แล้วเสร็จประมาณร้อยละ 70 (ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2548) คาดว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหน่วยที่ 1 จะแล้วเสร็จตามแผนและสามารถผลิตไฟฟ้าได้ในเดือนตุลาคม 2549 และหน่วยที่ 2 ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2550

© 2021 บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) | Banpu Public Company Limited. All rights reserved.