By clicking “Accept All Cookies”, you agree to the storing of cookies on your device to enhance site navigation, analyze site usage, and assist in our marketing efforts.
Cookies Settings
บ้านปูฯ แถลงผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2549 มีกำไรสุทธิ 807 ล้านบาท คาดรายได้ทั้งปีอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท

บ้านปูฯ แถลงผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2549 มีกำไรสุทธิ 807 ล้านบาท คาดรายได้ทั้งปีอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ประจำปีงบประมาณ 2549 (1 เมษายน 2549 – 30 มิถุนายน 2549) มีกำไรสุทธิจำนวนทั้งสิ้น 807ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 781ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 49 เป็นผลจากกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนและกำไรของธุรกิจหลักที่ลดลง

“กำไรสุทธิของบริษัทฯ จำนวน 807 ล้านบาท ในไตรมาส 2 นั้นปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปีนี้ แต่ปรับตัวลดลงร้อยละ 49 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วเนื่องจากกำไรจากการจำหน่ายธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักลดลงจำนวน 419 ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งเป็นผลจากกำไรธุรกิจหลักที่ลดลงขณะเดียวกันปริมาณการขายในตลาดระยะสั้น (Spot Market) ลดต่ำลงกว่าที่เราได้คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตามคาดว่ารายได้รวมของบริษัทฯ ในปีนี้จะยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ที่ 30,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นร้อยละ 20 จากปี 2548” นาย ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวชี้แจง

ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บ้านปูฯ มีรายได้จากการขายรวมจำนวน 7,193 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,702 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 31 เนื่องจากปริมาณการขายถ่านหินที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งยังมีรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าในประเทศจีนที่บริษัทฯ เข้าถือหุ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาที่ทำให้ฐานรายได้ของบริษัทฯขยายกว้างขึ้น ทั้งนี้แบ่งเป็นรายได้จากการจำหน่ายถ่านหินจำนวน 6,363 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 88.46 ของรายได้จากการขายรวม ซึ่งมาจาก รายได้จากการขายถ่านหินจากแหล่งผลิตในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย 5,824 ล้านบาท และจากแหล่งถ่านหินในไทย 484 ล้านบาท สำหรับรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าและไอน้ำมีจำนวน 808 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 11.23 ของรายได้จากการขายรวม ส่วนรายได้อื่นๆ จำนวน 22 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.31 ของรายได้จาการขายรวม

“ในปลายปีนี้ บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีหลังจากที่โรงไฟฟ้าโรงที่ 1 เริ่มดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนธุรกิจถ่านหินนั้นมีรายได้ค่อนข้างทรงตัว โดยบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องในการบริหารต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับกับสภาวะต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง โดยจะเน้นการลดใช้พลังงาน การบริหารต้นทุนการขนส่งถ่านหิน โดยเฉพาะการทำให้รอบระยะเวลาในการขนส่งสั้นลง การปรับปรุงและขยายประสิทธิภาพท่าเรือให้สูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเน้นการบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่โดยการลดสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำเช่น จะดำเนินการปิดเหมืองใต้ดินคิทาดิน-เอ็มบาลุต ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในระยะยาวอีกด้วย” นายชนินท์ กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับปริมาณการขายถ่านหินในไตรมาส 2 ที่ผ่านมามีจำนวน 4.77 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 2548 ร้อยละ 26 โดยบริษัทฯ ยังคงตั้งเป้าการผลิตถ่านหินในปีนี้ที่ 21 ล้านตัน และในครึ่งปีแรกที่ผ่าน บริษัทฯ สามารถผลิตถ่านหินได้จำนวนทั้งสิ้น 9.9 ล้านตัน ส่วนราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของบริษัทฯ ประจำไตรมาส 2 เท่ากับ 33.54 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง จากงวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 2 เป็นผลจากการทำสัญญาขายถ่านหินในช่วงในปลายปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงที่ราคาถ่านหินต่ำ อย่างไรก็ตามคาดว่าราคาขายถ่านหินเฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 35 เหรียญสหรัฐต่อตัน

บ้านปูฯ เป็นหนึ่งในบริษัทพลังงานชั้นนำของเอเชียที่มีฐานการผลิตใน 3 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย และ จีน โดยฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 42,616 ล้านบาท ลดลง 2,472 ล้านบาท หรือร้อยละ 5 และมีหนี้สินรวมจำนวน 22,233 ล้านบาท ลดลง 969 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549 เท่ากับ 0.62 เท่า เทียบกับ 0.34 เท่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548

© 2021 บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) | Banpu Public Company Limited. All rights reserved.