บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2526 ภายใต้ชื่อ บริษัท เหมืองบ้านปู จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท โดยบุคคลในตระกูลว่องกุศลกิจและเอื้ออภิญญกุล มีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าทำสัญญาเช่าช่วงการทำเหมืองถ่านหินที่เหมืองบ้านปู (BP-1) อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2532 บริษัทฯ ได้รับอนุมัติให้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเมื่อวันที่ 29 กรกฏาคม 2536 ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน จำกัด โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)”
ด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจทั้งในระดับประเทศและนานาชาติตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา ในวันนี้ บ้านปู ในฐานะผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศออสเตรเลีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศมองโกเลีย ประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
ในช่วงปลายปี 2567 บ้านปูได้ประกาศกลยุทธ์ “Energy Symphonics” ที่เน้นการผสานพลังงานที่หลากหลายอย่างสมดุล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ห่วงโซ่ธุรกิจ และส่งมอบคุณค่าระยะยาวแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มบ้านปูให้สอดรับกับเมกะเทรนด์ของโลก ด้วย 4 ภารกิจสำคัญ ดังนี้
1. การลดคาร์บอนและเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 (Decarbonization & Net Zero by 2050)
2. ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ – ธุรกิจไฟฟ้า – การดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Gas-Power-CCUS: Winning Formula)
3. พลังงานหมุนเวียนและธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (Renewables+)
4. ธุรกิจเหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining)
ด้วยการประสานพลังของพนักงานบ้านปูฯ ที่หล่อหลอมด้วยวัฒนธรรมองค์กร “บ้านปู ฮาร์ท” (Banpu Heart) อันประกอบด้วย ใจรัก (Passionate) สร้างสรรค์ (Innovative) และ มุ่งมั่นยืนหยัด (Committed) บ้านปู ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG ซึ่งคำนึงถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ความรับผิดชอบต่อสังคม (Social) และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) มาตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ทศวรรษ ทั้งนี้เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมถึงสร้างผลประโยชน์อย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ตามพันธสัญญา “Our Way in Energy: พลังบ้านปู สู่พลังงานที่ยั่งยืน”