ท่าเทียบเรือถ่านหิน Bontang ของบ้านปูในอินโดนีเซีย ส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน Next-Gen Mining ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

Smart Mining การใช้ AI และหุ่นยนต์ในเหมือง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างไร

การทำเหมืองกำลังเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพการผลิตอย่างก้าวกระโดด เหมืองยุคใหม่ ให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมมาลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงานที่อันตราย ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจว่าแร่มีอะไรบ้าง หรือการดำเนินงานในเหมืองยุคใหม่ ทุกขั้นตอนล้วนถูกควบคุมด้วยระบบอัจฉริยะ เพื่อปกป้องชีวิตพนักงานเป็นอันดับหนึ่ง  

บ้านปูขับเคลื่อนแนวคิดนี้ผ่านกลุ่มธุรกิจ เหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining) ซึ่งนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ในการสำรวจและผลิตแร่ธาตุเชิงยุทธศาสตร์ใน ประเทศหลักในเอเชีย-แปซิฟิก ภายใต้เป้าหมาย Zero Harm เป็นหัวใจสำคัญ 

เมื่อเหมืองปลอดภัยไร้อันตรายนิยามของ Smart Mining ในปี 2026   

การทำเหมืองแบบเดิมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากในพื้นที่เสี่ยงกำลังถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งนิยามของ Smart Mining คือการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงานจากหน้างานที่อันตรายมาสู่ห้องควบคุมส่วนกลางที่ทันสมัยและปลอดภัย พนักงานไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับความร้อนหรือความเสี่ยงจากโครงสร้างเหมืองโดยตรงอีกต่อไป แต่จะทำหน้าที่ควบคุมผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารความเร็วสูง เป้าหมายสำคัญคือ Zero Harm หรือการทำให้สถิติอุบัติเหตุกลายเป็นศูนย์ โดยอาศัยข้อมูลขนาดใหญ่มาวิเคราะห์และตัดสินใจแทนการใช้เพียงประสบการณ์ส่วนตัว ซึ่งช่วยสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่จับต้องได้จริงในทุกวินาทีของการทำงาน  

1. หุ่นยนต์และยานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicles)  

ลดความเสี่ยงในพื้นที่อันตราย การขนส่งภายในเหมืองถือเป็นส่วนที่มีความเสี่ยงสูง ระบบรถบรรทุกไร้คนขับหรือ Autonomous Haulage Systems (AHS) จึงถูกนำมาใช้เพื่อลดอุบัติเหตุที่เกิดจากความเหนื่อยล้าหรือความผิดพลาดของมนุษย์ รถบรรทุกขนาดใหญ่เหล่านี้จะเคลื่อนที่ตามเส้นทางที่กำหนดด้วยความแม่นยำสูงผ่านระบบ AI และเซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุรอบข้าง ทำให้การขนถ่ายวัตถุดิบเป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีโดรนสำรวจที่ติดตั้ง LiDAR บินเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยสำหรับคนหรือพื้นที่ที่มีความชันสูงซึ่งเสี่ยงต่อการถล่ม เพื่อสร้างแผนที่สามมิติที่ละเอียดแม่นยำ ช่วยให้ทีมวิศวกรประเมินความปลอดภัยได้โดยไม่ต้องส่งคนเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการใช้หุ่นยนต์กู้ภัยขนาดเล็กที่ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดก๊าซอันตรายก่อนเริ่มปฏิบัติงาน เพื่อยืนยันว่าสภาพอากาศปลอดภัยเพียงพอสำหรับมนุษย์  

2. AI กับการพยากรณ์ล่วงหน้า (Predictive Safety)   

ความฉลาดของ AI ไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำงานแทนคน แต่ยังรวมถึงความสามารถในการพยากรณ์เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า ระบบวิเคราะห์เสถียรภาพความลาดชัน (Slope Stability AI) จะทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ IoT เพื่อตรวจจับการเคลื่อนตัวของหน้าดินหรือชั้นหิน แม้จะเป็นการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยที่ตาเปล่ามองไม่เห็น .ระบบจะประมวลผลและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าได้ 6–24 ชั่วโมง โดยอาศัยการตรวจวัดอัตราการเคลื่อนตัว (deformation rate) ในระดับมิลลิเมตรต่อชั่วโมง ก่อนที่การพังทลายของความลาดชัน (slope failure) จะเกิดขึ้นจริง ช่วยให้การอพยพเป็นไปอย่างทันท่วงที 

อีกหนึ่งเทคโนโลยีคือ Digital Twin หรือการสร้างโมเดลเหมืองเสมือนจริงในคอมพิวเตอร์เพื่อทดสอบแผนการเผชิญเหตุและเส้นทางอพยพที่มีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากนี้ ระบบ Computer Vision หรือที่เรียกว่า Vision-based Safety Monitoring ยังช่วยสอดส่องการทำงานผ่านกล้องวงจรปิด รวมถึงฟังก์ชัน PPE Compliance Monitoring ที่แจ้งเตือนทันทีเมื่อพบพนักงานที่ไม่ได้สวมชุดป้องกันหรือก้าวเข้าไปในเขตหวงห้ามที่อาจเกิดอันตรายได้  

3. อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Wearable Technology)   

พนักงานใน เหมืองยุคใหม่ จะได้รับความคุ้มครองผ่านอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ เช่น หมวกนิรภัยและเสื้อกั๊กที่ติดตั้งระบบตรวจจับสัญญาณชีพ โดยอุปกรณ์เหล่านี้สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิร่างกาย และประเมินระดับความเหนื่อยล้าได้แบบเรียลไทม์ หากพบว่าพนักงานมีสภาพร่างกายไม่พร้อม ระบบจะส่งสัญญาณเตือนให้หยุดพักเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการวูบหรือหมดสติ ยิ่งไปกว่านั้น ระบบระบุตำแหน่งภายในอาคารและใต้ดิน (RTLS) ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ศูนย์ควบคุมรู้พิกัดของพนักงานทุกคนอย่างแม่นยำ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทีมช่วยเหลือจะสามารถเข้าถึงตัวผู้ประสบภัยได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหา ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการลดความสูญเสีย  

 

พื้นที่เหมืองถ่านหิน Graha Panca Karsa ของบ้านปูในอินโดนีเซีย การดำเนินงานเหมืองยุคใหม่ภายใต้มาตรฐาน ESG และความปลอดภัย

ประโยชน์ที่มากกว่าความปลอดภัย ประสิทธิภาพและสิ่งแวดล้อม   

นอกเหนือจากเรื่องสวัสดิภาพของบุคลากรแล้ว เทคโนโลยีอัจฉริยะยังส่งผลดีต่อการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน AI สามารถคำนวณเส้นทางการเดินรถที่สั้นและประหยัดที่สุด ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงและลดผลกระทบจากการทำงานโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่หุ่นยนต์สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่หวั่นต่อสภาพอากาศที่เลวร้ายหรือทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ ทำให้กระบวนการผลิตมีความสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพสูงกว่าการใช้แรงงานคนเพียงอย่างเดียว ความสามารถในการทำงานที่ไร้ขีดจำกัดนี้ช่วยให้อุตสาหกรรมสามารถตอบสนองความต้องการใช้ทรัพยากรได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยไปพร้อมกัน  

ความท้าทายของ Smart Mining ในประเทศไทย   

การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีเต็มรูปแบบในประเทศไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน  

ประการแรกคือการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร การขยายเครือข่าย 5G และการพัฒนากรอบการจัดสรรคลื่นความถี่รวมถึงใบอนุญาต Private 5G จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ระบบ Smart Mining ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  ประการต่อมาคือการพัฒนาบุคลากร อุตสาหกรรมเหมืองในไทยมีโอกาสสูงในการลงทุนด้านการฝึกอบรมวิศวกรเหมืองและ Automation Engineer เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว  

สุดท้ายคือการปรับปรุงกรอบกฎหมายให้ทันสมัย โดยการพัฒนาพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ให้รองรับการทำเหมืองแบบ Autonomous และการกำหนดแนวปฏิบัติด้าน PDPA สำหรับข้อมูลจากอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ จะช่วยเปิดทางให้ไทยก้าวสู่มาตรฐาน Smart Mining ระดับสากลได้อย่างมั่นคง 

สรุป   

การก้าวเข้าสู่ Smart Mining คือการพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีสามารถอยู่ร่วมกับความปลอดภัยได้อย่างลงตัว การนำ AI และหุ่นยนต์มาใช้ใน เหมืองยุคใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มผลผลิตเท่านั้น แต่คือการสร้างหลักประกันว่าพนักงานทุกคนจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเกี่ยวข้องกับการสำรวจว่า แร่มีอะไรบ้าง หรือการดำเนินงานในเหมืองยุคใหม่ การลงทุนในนวัตกรรมเหล่านี้จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะชีวิตของมนุษย์เป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ และความยั่งยืนของธุรกิจในอนาคตจะถูกขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่นและความปลอดภัยเป็นสำคัญ 

บ้านปูพิสูจน์แนวทางนี้ผ่านการลงทุนใน เหมืองยุคใหม่ (Next-Gen Mining) ที่ผสานเทคโนโลยี Smart Mining เข้ากับมาตรฐาน ESG อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การสำรวจและผลิตแร่ธาตุที่จำเป็นต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดดำเนินไปอย่างปลอดภัยและยั่งยืนในระยะยาว 

 

เส้นทางขนส่งแร่ Indominco ของบ้านปูในอินโดนีเซีย ระบบโลจิสติกส์ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Smart Mining เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุ

 

 คำถามที่พบบ่อย  

การใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในเหมืองจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานพนักงานเดิมหรือไม่?   

  • การใช้เทคโนโลยีไม่ได้หมายถึงการเลิกจ้าง แต่เป็นการเปลี่ยนบทบาทของพนักงานจากหน้างานที่เสี่ยงอันตรายมาเป็นผู้ควบคุมระบบและวิเคราะห์ข้อมูลแทน ซึ่งช่วยเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลและความปลอดภัยในการทำงานที่สูงขึ้น  

ระบบระบุตำแหน่งพนักงาน (RTLS) สามารถทำงานในเหมืองใต้ดินที่ลึกมากได้อย่างไร?   

  • ระบบนี้ใช้โครงข่ายสัญญาณเฉพาะที่ออกแบบมาสำหรับใต้ดิน เช่น Ultra-Wideband (UWB) หรือ Wi-Fi ร่วมกับอุปกรณ์ส่งสัญญาณขนาดเล็กที่ติดตามตัวพนักงาน ทำให้สามารถระบุตำแหน่งพิกัดได้อย่างแม่นยำแม้ในจุดที่สัญญาณดาวเทียมเข้าไม่ถึง  

ทำไม Smart Mining ถึงช่วยลดอุบัติเหตุได้ดีกว่าการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยแบบเดิม?   

  • เนื่องจาก Smart Mining ใช้ระบบ AI วิเคราะห์ข้อมูลและพยากรณ์ความเสี่ยงล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งใช้เครื่องจักรทำงานแทนคนในจุดที่อันตรายที่สุด จึงเป็นการตัดวงจรความเสี่ยงที่เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

บ้านปู  คือ ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ดำเนินธุรกิจหลัก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ U.S. Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ) Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่) Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต) ในประเทศไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยมุ่งขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลก ผ่านการสร้างสรรค์โซลูชันพลังงานที่มั่นคงและรับผิดชอบ เพื่อขับเคลื่อนโลกสู่อนาคตที่ดียิ่งกว่าเดิม  

ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับพลังงานและความยั่งยืนได้ที่นี่ และทางเพจเฟซบุ๊ก Banpu 

  

อ้างอิงข้อมูล  

Tags :
เหมืองถ่านหิน
เหมืองแอร์ลี
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.1
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

13.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองสปริงเวล
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.7
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

5.3
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองคลาเรนซ์
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.3
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

24.7
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองแมนดาลอง
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.5
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

43.9
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองไมยูนา
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.2
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

11.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองแองกัสเพลซ
นิวเซาท์เวลส์​

หยุดพักการผลิต

อยู่ในสถานะพักการผลิต

สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการ BESS
โครงการ BESS วูรีน
วิกตอเรีย

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

350
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

1,400
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 50%
โครงการ BESS เคอแรง
วิกตอเรีย

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

103
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

206
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการเหมืองถ่านหิน
โครงการนิวสแตนเอกซ์เทนชัน
นิวเซาท์เวลส์​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง

51.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการเหมืองนิวเบคส์
นิวเซาท์เวลส์​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง

7.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการเหมืองวอลลาราห์
นิวเซาท์เวลส์​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง

7.8
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 14%
ท่าเรือ
ท่าเรือถ่านหินบน็ตังและท่าเรืออื่น ๆ

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับส่งออกถ่านหิน

Coal Project
NPR Mine Project
กาลีมันตันกลาง​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

Reserves
(pre-development)

77.4
Mt
Banpu Ownership : 65.14%
เหมืองถ่านหิน
เหมืองอินโดมินโค
กาลีมันตันตะวันออก​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

1.6
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

30.4
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมืองตรูไบนโด
กาลีมันตันตะวันออก​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.7
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

50.2
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมืองบารินโต
บาริโตเหนือ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

1.7
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

95.4
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมืองโจรง
กาลีมันตันใต้​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

2.3
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมือง GPK
กาลีมันตันตะวันออก​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.5
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

99.1
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมือง TIS
กาลีมันตันตะวันออก​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.1
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

7.2
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมือง NPR
กาลีมันตันกลาง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.1
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

77.4
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
โรงไฟฟ้าพลังความร้อน
โรงไฟฟ้าหงสาพาวเวอร์
จังหวัดไชยบุรี​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิต
ไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

1,878
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 40%
โรงไฟฟ้าพลังความร้อน
โรงไฟฟ้า BLCP
จังหวัดระยอง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิต
ไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

1,434
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 50%
โครงการโซลาร์
โครงการโซลาร์จินหู เฉียนเฟิง
มณฑลเจียงซู​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

120
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 10%
โครงการ BESS
โครงการ BESS จินหู เฉียนเฟิง
มณฑลเจียงซู​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

10
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงาน
(ไตรมาส 1/2569)

20
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังความร้อน (CHP)
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนและไอน้ำลวนหนาน
มณฑลเหอเป่ย​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า

150
เมกะวัตต์

กำลังผลิตไอน้ำ

538
ตันต่อชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนและไอน้ำเจิ้งติ้ง
มณฑลเหอเป่ย​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า

73
เมกะวัตต์

กำลังผลิตไอน้ำ

370
ตันต่อชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนและไอน้ำโจวผิง
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า

125
เมกะวัตต์

กำลังผลิตไอน้ำ

600
ตันต่อชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 70%
โรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง
มณฑลชานซี​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า

1,320
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 30%
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
โซลาร์ฮุ่ยเหนิง
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

21.51
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์จิ้นซาน
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

28.95
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์เฮ่าหยวน
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

20.00
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์ฮุ่ยเอิน
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

19.70
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์เต๋อหยวน
มณฑลเจ้อเจียง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

51.64
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์ซิ่งหยู
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

10.30
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์จี้ซิน
มณฑลเจียงซู​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

25.22
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองถ่านหิน
เหมืองเกาเฮ่อ
มณฑลชานซี​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

2.6
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

72.9
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 45%
เหมืองเหอปี้
มณฑลเหอหนาน​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.3
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

40.6
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 40%
โซลาร์ฟาร์ม
โซลาร์ฟาร์มเบอรีล
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

110.9
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์ฟาร์มมานิลดรา
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

55.9
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
ท่าเรือ
ท่าเรือถ่านหิน NCIG

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับส่งออกถ่านหิน

โครงการเหมืองถ่านหิน
โครงการอุ๊นส์ขูดัก
จังหวัดโกบีกลาง​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(ไตรมาส 1/2569)

540.9
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองถ่านหิน
เหมืองซานต์อูล
จังหวัดโกบีใต้​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.57
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

~63.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานลม
โรงไฟฟ้าพลังงานลมมุ่ยดิ่ญ
จังหวัดนิงห์ถวน​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

37.60
เมกะวัตต์ 
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
โซลาร์เญิ่นไห
จังหวัดนิงห์ถวน​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

35
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการพลังงานลม
โครงการวิญเจา เฟส 1
จังหวัดซ้อกจัง​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

30
เมกะวัตต์ 
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
โอลิมเปียโซลาร์
กุมมะ อิบารากิ และโทจิงิ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

10
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 40%
โซลาร์ยามากาตะ
ยามากาตะ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

20
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์เคเซ็นนุมะ
มิยากิ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

20
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์ชิราคาวะ
ฟุกุชิมะ ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

10
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการ BESS
โครงการ BESS อะอิซุ
ฟุกุชิมะ ​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

26
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

104
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการ BESS สึโนะ
มิยาซากิ​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

26
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

104
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 70%
โครงการ BESS คามิกูมิ-โตเกียว
โตเกียว

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

2
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

8
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 49%
โครงการ BESS นิกโกะ
โทจิงิ​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

40
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

160
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการ BESS ฮิโยชิบารุ
โออิตะ​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

20
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

80
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 30%
โครงการ BESS
โครงการ BESS อิวาเตะโทโนะ
อิวาเตะ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

15
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

58
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 75%
โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS)
โครงการ อีเกิล ฟอร์ด
เท็กซัสใต้​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ความจุการกักเก็บ CO2
(2568)

~90,000
ตัน/ปี
โครงการ อีสส์ เท็กซัส
เท็กซัสตะวันออก​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ความจุการกักเก็บ CO2
(2568)

~70,000
ตัน/ปี
โครงการ BESS
โครงการ BESS เมกะเมาท์
เท็กซัส​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(2569)

100
เมกะเมาท์ ​

กำลังการกักเก็บพลังงาน
(2569)

200
เมกะเมาท์ ​
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS)
โครงการ บาร์เนตต์ ซีโร่
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

ความจุการกักเก็บ CO2
(2568)

183,000
ตัน/ปี
โครงการ คอตตอน โคฟ
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

ความจุการกักเก็บ CO2
(2568)

32,000
ตัน/ปี
แหล่งก๊าซธรรมชาติ (Shale Gas)
แหล่งก๊าซธรรมชาติมาร์เซลลัส รัฐเพนซิลเวเนีย
เพนซิลเวเนีย ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

ปริมาณก๊าซสำรอง (1P)
(2568)

0.6
ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าก๊าซธรรมชาติ
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.94%
แหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ รัฐเท็กซัส
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

ปริมาณก๊าซสำรอง (1P)
(2568)

5.5
ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าก๊าซธรรมชาติ
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.94%
โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (HELE/CCGT)
โรงไฟฟ้า Temple I
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

768
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้า Temple II
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

755
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
โซลาร์ฟาร์มพอนเดอร์
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

2.5
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%

ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์