การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและภาคพลังงานไปสู่ความยั่งยืนด้วยการปรับเปลี่ยนผ่านการใช้ พลังงานทดแทน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของทุกภาคส่วนในปัจจุบัน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือ Decarbonization ไม่ใช่เพียงแค่เทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยีและนวัตกรรมสะอาดจึงเข้ามามีบทบาทเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม
ทำความรู้จัก Decarbonization และความสำคัญต่อภาคพลังงาน
Decarbonization คือแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่แหล่งพลังงานและกระบวนการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระบบขนส่ง และภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตควบคู่ไปกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ เป้าหมายสำคัญของกระบวนการนี้คือการเปลี่ยนแหล่งพลังงานดั้งเดิมให้เป็นแหล่งพลังงานสะอาดยาวนาน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศแล้ว ยังสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่มีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ
บ้านปูดำเนินการภายใต้ Decarbonization Roadmap อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการสินทรัพย์ การลงทุนในธุรกิจและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 (Scope 1 และ 2) อย่างน้อยร้อยละ 20 ภายในปี 2573
4 เทคโนโลยีหลักขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างยั่งยืน
การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีหลายรูปแบบ เช่น
- การยกระดับประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิต พลังงานทดแทน
แสงอาทิตย์ ลม และน้ำ เป็นแหล่งพลังงานสะอาดหลักที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีแผงโซลาร์เซลล์รุ่นใหม่และกังหันลมประสิทธิภาพสูงช่วยให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การเข้าถึง พลังงานทดแทน ทำได้ง่ายขึ้นและมีความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์สำหรับองค์กรทุกขนาด
- ระบบกักเก็บพลังงานประสิทธิภาพสูง (Energy Storage Systems: EES)
ความท้าทายหลักของพลังงานจากธรรมชาติคือความไม่สม่ำเสมอ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามาแก้ปัญหานี้
- เทคโนโลยีดักจับ และกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS)
สำหรับภาคอุตสาหกรรมหนักบางประเภทที่ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยคาร์บอนได้ เทคโนโลยี CCUS ทำหน้าที่ดักจับคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งกำเนิดโดยตรง ก่อนนำไปกักเก็บในชั้นหินใต้ดินลึกอย่างปลอดภัย
- พลังงานไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen)
ไฮโดรเจนที่ผลิตจากการแยกน้ำด้วยไฟฟ้าจากแหล่ง พลังงานทดแทน เป็นเชื้อเพลิงสะอาดที่มีศักยภาพสูง สามารถนำไปใช้ในภาคการขนส่งหนัก การบิน และกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความร้อนสูง นับเป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะเข้ามาแทนที่การใช้เชื้อเพลิงดั้งเดิม
โอกาสและผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากการปรับตัว
การลงทุนใน Decarbonization ให้ประโยชน์ที่ครอบคลุมมากกว่าการดูแลสิ่งแวดล้อม ดังนี้
- การลดต้นทุนระยะยาว: ราคาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานขององค์กรในระยะยาว
- การสร้าง S-Curve ใหม่ทางเศรษฐกิจ: เกิดอุตสาหกรรมและตลาดแรงงานใหม่ที่ต้องการทักษะด้านเทคโนโลยีสะอาด
- การดึงดูดการลงทุน (ESG Investment): นักลงทุนระดับโลกให้ความสำคัญกับธุรกิจที่มีนโยบายและการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- การเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า: โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ช่วยบริหารจัดการกระจายพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางการเริ่มต้นของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
องค์กรที่ต้องการปรับตัวสู่โครงสร้างคาร์บอนต่ำ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนปฏิบัติตามลำดับ ดังนี้
- ประเมินปริมาณการปล่อยคาร์บอน (Carbon Footprint Evaluation): สำรวจและเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรเพื่อหาจุดที่ต้องปรับปรุงอย่างแม่นยำ
- วางแผนเพิ่มสัดส่วนการใช้ พลังงานทดแทน: ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) หรือจัดซื้อพลังงานสะอาดผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA)
- ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและอุปกรณ์: ใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในระบบขนส่งขององค์กร
- นำนวัตกรรมดิจิทัลมาบริหารจัดการ: ใช้ระบบ IoT และ AI ตรวจวัดและบริหารการใช้พลังงานในอาคารและโรงงานแบบ Real-time

คำถามที่พบบ่อย
1.Decarbonization และ Net Zero เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?
- Decarbonization คือ “กระบวนการ” หรือแนวทางในการลดและขจัดคาร์บอน ส่วน Net Zero คือ “เป้าหมาย” สมดุลที่ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับปริมาณที่ถูกดูดกลับทั้งหมด
2. ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถเริ่มต้น Decarbonization ได้อย่างไร?
- SMEs สามารถเริ่มจากการลดการใช้พลังงานโดยสิ้นเปลือง การติดตั้งระบบ พลังงานทดแทน ขนาดเล็ก เช่น Solar Rooftop และการเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประหยัดพลังงานที่มีผลคุ้มค่าต่อการลงทุนสูง
3. เทคโนโลยี CCUS มีความปลอดภัยเพียงใดในการกักเก็บคาร์บอน?
A3: เทคโนโลยี CCUS ผ่านการวิจัยและพัฒนามายาวนาน โดยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ใต้ชั้นหินทางธรณีวิทยาที่มั่นคงและลึกหลายพันเมตร พร้อมระบบตรวจวัดความดันและการรั่วไหลที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง
Decarbonization คือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ การผสมผสานการใช้ พลังงานทดแทน ร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างระบบกักเก็บพลังงาน เทคโนโลยี CCUS และไฮโดรเจนสีเขียว ไม่เพียงช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศ แต่ยังเป็นรากฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงยั่งยืน การปรับตัวของภาคธุรกิจในวันนี้จึงเป็นการลงทุนเพื่อสร้างความคุ้มค่าและความสามารถในการแข่งขันในอนาคต
บ้านปู คือ ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ดำเนินธุรกิจหลัก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ U.S. Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ) Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่) Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต) ในประเทศไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยมุ่งขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลก ผ่านการสร้างสรรค์โซลูชันพลังงานที่มั่นคงและรับผิดชอบ เพื่อขับเคลื่อนโลกสู่อนาคตที่ดียิ่งกว่าเดิม
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับพลังงานและความยั่งยืนได้ที่นี่ และทางเพจเฟซบุ๊ก Banpu
Reference
- IRENA – World Energy Transitions Outlook: https://www.irena.org/Publications/2025/Mar/World-Energy-Transitions-Outlook-2025
- International Energy Agency (IEA) – Net Zero Roadmap: https://www.iea.org/reports/net-zero-roadmap-a-global-pathway-to-keep-the-15-c-goal-in-reach
- WEF –Industry Net Zero Transition: https://www.weforum.org/publications/net-zero-industry-tracker-2024/

