การขับเคลื่อนความยั่งยืนใน อุตสาหกรรมพลังงาน กำลังมุ่งหน้าสู่การใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่หรือ BESS ได้กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยให้การบริหารจัดการ พลังงาน มีประสิทธิภาพและมั่นคงยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันผู้ประกอบการในหลายประเทศเริ่มนำเทคโนโลยีระดับโลกนี้มาใช้เพื่อสร้างรากฐานระบบไฟฟ้าที่แข็งแรงและยืดหยุ่น
ทำความรู้จัก BESS คืออะไร? หัวใจสำคัญของระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต
BESS คืออะไร? BESS (Battery Energy Storage System) หรือระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ คือเทคโนโลยีที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือน “ธนาคารพลังงาน” ขนาดใหญ่ โดยนำแบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออน (Lithium-ion) มาติดตั้งในตู้คอนเทนเนอร์เพื่อจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินจากระบบส่งในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าน้อย และนำออกมาจ่ายคืนกลับสู่ระบบในช่วงที่ต้องการใช้งานสูง เทคโนโลยีนี้ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ทรัพยากรสะอาด เนื่องจากช่วยลดข้อจำกัดเรื่องความผันผวนของสภาพอากาศที่ส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้า ทำให้ระบบไฟฟ้ามีความพร้อมจ่ายและทำงานได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
เมกะเทรนด์ระดับสากล: ทำไมประเทศผู้นำด้านพลังงานทั่วโลกถึงเลือกใช้ BESS?
ข้อมูลล่าสุดจาก BloombergNEF (1H 2026 Energy Storage Market Outlook) ระบุว่าในปี พ.ศ. 2568 โลกติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS รวม 112 กิกะวัตต์ โดยมีความจุรวม 307 กิกะวัตต์-ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 48% จากปี พ.ศ. 2567 ถือเป็นสถิติสูงสุดใหม่ และในปี พ.ศ. 2569 คาดว่าจะเติบโตอีก 41% สู่ระดับ 158 กิกะวัตต์ คิดเป็นความจุพลังงาน 459 กิกะวัตต์-ชั่วโมง โดยเฉพาะในประเทศผู้นำอย่างจีนและสหรัฐอเมริกา รวมถึงออสเตรเลียที่ได้พิสูจน์ความสำเร็จด้วยการใช้ BESS ขนาดใหญ่เพื่อรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าในช่วงวิกฤต การขยายตัวนี้แสดงให้เห็นว่า BESS ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่คือมาตรฐานโลกในการจัดการระบบส่งไฟฟ้า
บ้านปูเป็นส่วนหนึ่งของ BESS megatrend นี้ โดยเริ่มพัฒนาโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ BESS ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ปัจจุบันมี 8 โครงการใน 4 ประเทศ รวมกำลังกักเก็บมากกว่า 2,100 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ครอบคลุมญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน และสหรัฐอเมริกา โดยโครงการ Tono Power Storage Station (14.5 MW / 58 MWh) ในจังหวัดอิวาเตะ ญี่ปุ่น เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2568 และโครงการ Wooreen Energy Storage System (350 MW / 1,400 MWh) ในรัฐวิกตอเรีย ออสเตรเลีย อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดแล้วเสร็จปี พ.ศ. 2570

มากกว่าแค่เสถียรภาพ: ข้อดีของการนำระบบ BESS มาสร้างสมดุลพลังงาน (Grid Balancing)
การนำ BESS เข้ามาประยุกต์ใช้ช่วยพลิกโฉมการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ผ่านคุณประโยชน์หลักสามประการที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในเชิงโครงสร้าง
สร้างความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Reliability)
ระบบ BESS มีจุดเด่นด้านความรวดเร็วในการเพิ่มหรือลดกำลังการจ่ายไฟฟ้า ทำให้สามารถรักษาความถี่และแรงดันในระบบไฟฟ้าให้คงที่ จ่ายกระแสไฟได้ราบรื่นไม่มีสะดุดแม้ในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Load) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันภาวะระบบไฟฟ้าไม่สมดุล
เติมเต็มศักยภาพพลังงานหมุนเวียน (Renewable Integration)
ข้อจำกัดของพลังงานสะอาดคือการผลิตได้ไม่สม่ำเสมอ แต่ BESS จะทำหน้าที่เก็บกักไฟฟ้าจากแสงแดดในตอนกลางวันหรือลมในยามค่ำคืนไว้ใช้ในเวลาที่ต้องการ ทำให้การพึ่งพาพลังงานสะอาดมีความน่าเชื่อถือสูงขึ้นและสามารถใช้งานได้อย่างเสถียรและต่อเนื่อง โดยไม่ทำให้ระบบหลักสั่นคลอน
เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุน (Cost Efficiency)
การกักเก็บไฟฟ้าในช่วงที่มีราคาถูกหรือมีความต้องการใช้ต่ำ แล้วนำออกมาใช้ในช่วงที่มีราคาสูง ช่วยให้การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานมีความคุ้มค่าที่สุด อีกทั้งยังช่วยลดภาระการทำงานหนักของสายส่งหลักและการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพื่อรองรับช่วงพีคเพียงอย่างเดียว
ก้าวไปพร้อมกับเวทีโลก: การยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าด้วย BESS ทั้งในไทยและระดับสากล
ในปัจจุบันหน่วยงานและผู้ประกอบการด้านพลังงานทั่วโลกต่างเดินหน้าติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ BESS ในระดับ Grid-Scale เพื่อรองรับการเติบโตของพลังงานหมุนเวียน ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด โดยกำลังติดตั้ง BESS เพิ่มเป็น 2 เท่าตัวในปี พ.ศ. 2568 และมีโครงการ Grid-Scale BESS รอการเชื่อมต่อกว่า 26 กิกะวัตต์ บ้านปูลงทุนในออสเตรเลียผ่านโครงการ Wooreen Energy Storage System ซึ่งจะเป็นหนึ่งในโครงการ BESS ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ
สำหรับในประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เดินหน้าติดตั้ง BESS ในหลายพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ และสถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี การนำเทคโนโลยีระดับโลกนี้มาใช้ในประเทศไทยช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานด้าน พลังงาน ของเรามีความแข็งแกร่ง รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมพลังงานสมัยใหม่ที่ต้องการไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูงและมีความเสถียรภาพเทียบเท่าระดับสากล
สรุป
ระบบ BESS คือกุญแจสำคัญที่จะนำพาโลกมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ การสร้างสมดุลระหว่างการใช้พลังงานสะอาดและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าผ่านนวัตกรรมกักเก็บพลังงาน จะช่วยเปลี่ยนผ่าน อุตสาหกรรมพลังงาน ไปสู่ความยั่งยืนที่แท้จริง บ้านปูขับเคลื่อนทิศทางนี้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านพอร์ตโฟลิโอระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ BESS ที่กำลังขยายตัวในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน และสหรัฐอเมริกา ภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics พร้อมสร้างโลกที่ใช้พลังงานได้อย่างชาญฉลาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตที่สดใสของทุกคน

คำถามที่พบบ่อย
ระบบกักเก็บพลังงาน BESS มีอายุการใช้งานนานเท่าไหร่?
- โดยทั่วไประบบกักเก็บพลังงาน BESS ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนตามมาตรฐาน IEC 62619 มีอายุการใช้งานประมาณ 10–15 ปี หรือรองรับรอบการชาร์จได้ 3,000–6,000 รอบ ขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาตามแผน (Preventive Maintenance) และรูปแบบการใช้งานของระบบ
BESS ช่วยลดต้นทุนพลังงานได้อย่างไร?
- ระบบกักเก็บพลังงาน BESS ช่วยบริหารจัดการต้นทุนด้วยการชาร์จไฟในช่วงที่ราคาพลังงานต่ำ (Off-Peak) และจ่ายออกในช่วงที่มีความต้องการสูง (Peak) นอกจากนี้ยังลดความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้าสำรองขนาดใหญ่ ช่วยให้ อุตสาหกรรมพลังงาน บริหารโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในระยะยาว
การติดตั้ง BESS มีความปลอดภัยแค่ไหน?
- การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน BESS ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้ง IEC 62933 สำหรับระบบกักเก็บพลังงาน และมาตรฐาน UL 9540 สำหรับความปลอดภัยจากไฟไหม้ โดยมีระบบ Battery Management System (BMS) ที่ควบคุม แรงดัน และการชาร์จ-จ่ายไฟ พร้อมระบบระบายความร้อน (Liquid Cooling) ที่ควบคุมอุณหภูมิแบบ real-time ระบบที่ได้มาตรฐานเหล่านี้สามารถตรวจจับและหยุดทำงานอัตโนมัติก่อนเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ ทำให้มั่นใจในความปลอดภัยสูงสุดต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
บ้านปู คือ ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ดำเนินธุรกิจหลัก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ U.S. Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ) Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่) Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต) ในประเทศไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยมุ่งขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลก ผ่านการสร้างสรรค์โซลูชันพลังงานที่มั่นคงและรับผิดชอบ เพื่อขับเคลื่อนโลกสู่อนาคตที่ดียิ่งกว่าเดิม
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับพลังงานและความยั่งยืนได้ที่นี่ และทางเพจเฟซบุ๊ก Banpu
Reference:
- https://about.bnef.com/insights/clean-energy/global-energy-storage-boom-three-things-to-know/ (BloombergNEF 1H 2026 Energy Storage Market Outlook ข้อมูลตัวเลขปี พ.ศ. 2568 ที่ใช้ในบทความ)
- https://www.banpu.com/news/banpu-envisions-toward-reliable-and-clean-energy-future-boosting-up-bess-in-strategic-markets/ (Banpu BESS Strategic Markets)
- https://www.egat.co.th/home/egat-development-plan/ (กฟผ. แผนพัฒนาระบบไฟฟ้า (สำหรับข้อมูล BESS ในไทย)

