3 บทเรียนจาก 15 ปีของ Banpu Champions for Change เพื่อขับเคลื่อนกิจการเพื่อสังคมไทย ในงาน Sustrends 2027

การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ไม่ได้เริ่มจากเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการลงทุนกับ ‘คน‘ เพราะเมื่อผู้คนมีศักยภาพ พวกเขาจะกลับไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้ด้วยตัวเอง“” 

นี่คือมุมมองจาก นายรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ที่ได้ร่วมถ่ายทอดบนเวที The Business of Sustainability ภายในงาน SUSTRENDS 2027 ที่ผ่านมา เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของ    บ้านปู และแบ่งปันบทเรียนตลอด 15 ปี จากการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อสังคมผ่าน “โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change: BC4C) พร้อมชวนให้ภาคธุรกิจมองเห็นบทบาทของตนเองในการร่วมสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้คนและสังคม และเน้นย้ำว่า “การพัฒนาศักยภาพคน” คือรากฐานสำคัญของการสร้างความยั่งยืนที่แท้จริง 

พัฒนาการของโครงการฯ ที่ปรับเปลี่ยนตามโลกที่เปลี่ยนไป 

เมื่อ 15 ปีก่อน คำว่า Social Enterprise หรือ กิจการเพื่อสังคม ยังเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย ขณะที่บทบาทของภาคธุรกิจยังถูกมองว่ามีหน้าที่หลักในการสร้างผลกำไร ส่วนการแก้ปัญหาสังคมเป็นหน้าที่ของภาครัฐหรือองค์กรไม่แสวงหากำไร บ้านปูจึงตั้งคำถามสำคัญว่า “ธุรกิจจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสังคมได้หรือไม่และจะทำอย่างไรให้การสร้างการเปลี่ยนแปลงดำเนินต่อไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว” 

คำถามนี้นำไปสู่การก่อตั้ง โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change: BC4C) ในปี 2554 ร่วมกับ ChangeFusion เพื่อบ่มเพาะผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่ใช้กลไกทางธุรกิจสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ด้วยความเชื่อว่า เมื่อผู้ประกอบการมีศักยภาพและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน พวกเขาจะกลับไปสร้างโอกาสให้กับผู้คน ชุมชน และประเทศได้ 

ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา โครงการ ได้ปรับบทบาทให้สอดรับกับพัฒนาการของระบบนิเวศผู้ประกอบการและบริบททางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่มุ่งเน้นการบ่มเพาะผู้ประกอบการระยะเริ่มต้น (Incubation) สู่การเป็น Springboard ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ เครือข่าย พันธมิตร และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อผลักดันให้กิจการเพื่อสังคมสามารถขยายผล เข้าถึงตลาด และเติบโตได้อย่างยั่งยืน เพราะบ้านปูเชื่อว่า เงินทุนอาจช่วยให้ธุรกิจเกิด แต่โอกาสและระบบนิเวศที่แข็งแรง คือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโต 

บทเรียนที่ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะกับกิจการเพื่อสังคม 

จากประสบการณ์ทำงานร่วมกับกิจการเพื่อสังคมกว่า 130 แห่ง บ้านปูได้ค้นพบ 3 บทเรียนสำคัญ ที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านกรณีศึกษาที่สะท้อนการนำแนวคิดเหล่านี้ไปสู่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง 

บทเรียนแรก: ความได้เปรียบที่ยั่งยืน ไม่ใช่ “นวัตกรรม” แต่คือ “คุณค่า” ที่ธุรกิจสร้างให้ผู้คน  

ในโลกที่เทคโนโลยีเข้าถึงได้ง่าย ความรู้หาได้จากทุกที่ และนวัตกรรมถูกลอกเลียนได้อย่างรวดเร็ว การเป็นผู้คิดค้นคนแรกอาจไม่ใช่ความได้เปรียบที่ยั่งยืนอีกต่อไป คำถามที่สำคัญกว่าคือ ธุรกิจกำลังสร้างคุณค่าอะไร และคุณค่านั้นมีความหมายต่อผู้คนมากเพียงใด ด้วยเหตุนี้ โครงการ Banpu Champions for Change จึงไม่ได้มองหาเพียงกิจการที่มีแนวคิดแปลกใหม่ แต่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการค้นหาคุณค่าที่ธุรกิจมอบให้แก่ลูกค้าและสังคม (Value Proposition) ที่เชื่อมโยงคุณค่าทางธุรกิจกับคุณค่าทางสังคม เพื่อให้กิจการเติบโตได้โดยไม่ทิ้งเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ 

ภูคราม (BC4C#11) สะท้อนบทเรียนนี้ได้อย่างชัดเจน จากกิจการที่นำงานปักผ้าฝ้ายพื้นถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย จนได้รับการยอมรับและมีผู้ผลิตรายอื่นนำแนวคิดไปต่อยอด เมื่อช่างฝีมือในเครือข่ายมีทักษะสูงขึ้น บางคนเริ่มรับงานจากแบรนด์อื่นหรือเปิดกิจการของตัวเอง สิ่งที่ดูเหมือนเป็นความท้าทาย กลับทำให้ผู้ก่อตั้งตั้งคำถามใหม่ว่า เป้าหมายของธุรกิจคือการเพิ่มยอดขาย หรือการทำให้ผู้คนในเครือข่ายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภูครามจึงเปลี่ยนจากการมุ่งขยายจำนวนช่างฝีมือ มาเป็นการดูแลคนในเครือข่าย ผ่านการกระจายงานอย่างเป็นธรรม การสร้างรายได้ที่เพียงพอ และการพัฒนาช่างฝีมือให้ได้รับการยอมรับในฐานะ “ศิลปิน” ไม่ใช่เพียงผู้รับจ้างผลิต 

บทเรียนที่สอง: ความเข้าใจปัญหาคือความได้เปรียบที่ AI ยังทดแทนไม่ได้  

ปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูล เทคโนโลยี AI และเครื่องมือทางธุรกิจได้ใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ยังไม่สามารถคัดลอกมาใช้ได้ทันที คือความเข้าใจเชิงลึก (Insight) ที่เกิดจากการลงพื้นที่ การทำงานร่วมกับผู้คน และการสัมผัสปัญหาจริง กิจการเพื่อสังคมที่มีความได้เปรียบจึงไม่จำเป็นต้องเป็นกิจการที่มีข้อมูลมากที่สุด แต่เป็นกิจการที่เข้าใจบริบทของปัญหาอย่างลึกซึ้ง และสามารถนำความเข้าใจนั้นมาออกแบบทางออกที่ตอบโจทย์ชีวิตของผู้คนได้จริง 

คีรีฟาร์ม (BC4C#12) เป็นตัวอย่างของการมองลึกไปกว่าสิ่งที่เห็นบนพื้นผิว แทนที่จะมองการเผาฟางหลังฤดูเก็บเกี่ยวว่าเกิดจากการขาดความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ก่อตั้งกลับพบว่า ต้นตอของปัญหาคือเกษตรกรยังไม่เห็นคุณค่าทางเศรษฐกิจของเศษวัสดุเหลือทิ้งอย่างฟางข้าว คีรีฟาร์มจึงพัฒนาโมเดลรับซื้อฟางข้าวที่เคยถูกเผาทิ้ง เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการเพาะเห็ดฟาง เปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งให้กลายเป็นรายได้ และต่อยอดเป็นธุรกิจชุมชนที่สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน เมื่อแรงจูงใจทางเศรษฐกิจเปลี่ยน พฤติกรรมของผู้คนก็เปลี่ยนตาม นี่คือการใช้กลไกตลาดแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเรียกร้องให้ผู้คนเสียสละ 

บทเรียนที่สาม: ธุรกิจจะผ่านวิกฤตได้ เมื่อทีมพร้อมเรียนรู้และปรับตัว 

ไม่มีผู้ประกอบการคนใดประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรก ทุกกิจการล้วนต้องเผชิญความผิดพลาด ความไม่แน่นอน และโจทย์ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน บทบาทของ BC4C จึงไม่ใช่การกำหนดว่าผู้ประกอบการควรเดินไปทางใด แต่เป็นการทำหน้าที่เสมือน “กระจก” ที่ช่วยให้พวกเขามองเห็นศักยภาพ จุดแข็ง จุดอ่อน และโอกาสของตัวเองได้ชัดขึ้น โครงการฯ อาจช่วยเปิดประตู เติมองค์ความรู้ และเชื่อมโยงเครือข่าย แต่ท้ายที่สุด ผู้ประกอบการต้องเป็นผู้ตัดสินใจและก้าวผ่านประตูนั้นด้วยตัวเอง เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่การสร้างธุรกิจที่เติบโตเพียงระยะสั้น แต่คือการสร้างผู้ประกอบการที่สามารถเรียนรู้ ปรับตัว และเติบโตได้ แม้ไม่ได้อยู่ภายใต้การบ่มเพาะของโครงการแล้ว 

กรณีของ Local Alike (BC4C#2) แสดงให้เห็นพลังของทีมและเครือข่ายได้อย่างชัดเจน เมื่อวิกฤตโควิด-19 ทำให้การเดินทางหยุดชะงัก รายได้จากการท่องเที่ยวของชุมชนหายไปเกือบทั้งหมด แทนที่จะรอให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ทีมได้พัฒนา Local A Lot แพลตฟอร์มจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชุมชนทั่วประเทศ และต่อยอดเป็น Local Aroi เพื่อพาผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบจากชุมชนเข้าสู่ตลาดออนไลน์ สิ่งที่ทำให้ Local Alike ปรับตัวได้อย่างรวดเร็วไม่ใช่เพียงไอเดียธุรกิจใหม่ แต่คือความไว้วางใจที่สั่งสมมายาวนานระหว่างทีม ชุมชน และเครือข่ายพันธมิตรทั่วประเทศ ความสำเร็จจึงไม่ได้หมายถึงการไม่เคยเผชิญวิกฤต แต่คือความสามารถของผู้คนในการเรียนรู้ ปรับตัว และมองเห็นโอกาสใหม่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง 

ผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้วัดจากผลกำไร แต่คือผู้คนที่เติบโตไปพร้อมกับเรา 

แม้วันนี้ BC4C จะสนับสนุนกิจการเพื่อสังคมมากกว่า 130 กิจการ แต่สำหรับบ้านปู ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่คำตอบของความสำเร็จ สิ่งที่มีความหมายกว่าคือผลกระทบที่ผู้ประกอบการเหล่านั้นส่งต่อกลับไปยังผู้คนและชุมชน การประเมินผลกระทบทางสังคมของโครงการฯ (Social Impact AssessmentSIA) สะท้อนว่า การลงทุนกับผู้ประกอบการเหล่านี้ ได้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้คนกว่า 1.3 ล้านชีวิต แต่ในมุมมองของบ้านปู ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ได้รับประโยชน์             หากคือ 1.3 ล้านโอกาส ที่เกิดขึ้นจากคนธรรมดาซึ่งลุกขึ้นมาแก้ปัญหาในชุมชนของตนเอง 

นายรัฐพลกล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับบ้านปู โครงการนี้มีความหมายในการลงทุนกับคน ที่ไม่เพียงพัฒนาศักยภาพของเขาให้ประสบความสำเร็จ แต่ทำให้คนหนึ่งเติบโตมากพอที่จะกลับไปสร้างโอกาสให้กับคนอื่นต่อไป” 

### 

เกี่ยวกับบ้านปู 

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ดำเนินธุรกิจหลัก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่) U.S. Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ) Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต) ในประเทศไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยมุ่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน ด้วยการสร้างสมดุลพลังงานที่มีความเสถียร สามารถเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ 

เวเบอร์ แชนด์วิค (ประเทศไทย) 

ชนมน อัครานุภาพพงศ์ (โจ้)   062-415-9946  [email protected]   

@webershandwick.co.th

Tags :
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน
กรุณาติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
กมลวรรณ เจียมอุดม

093-923-6355

ธนัชพร รังสินธุรัตน์

099-104-4999

เหมืองถ่านหิน
เหมืองแอร์ลี
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.1
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

13.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองสปริงเวล
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.7
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

5.3
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองคลาเรนซ์
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.3
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

24.7
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองแมนดาลอง
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.5
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

43.9
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองไมยูนา
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.2
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

11.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองแองกัสเพลซ
นิวเซาท์เวลส์​

หยุดพักการผลิต

อยู่ในสถานะพักการผลิต

สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการ BESS
โครงการ BESS วูรีน
วิกตอเรีย

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

350
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

1,400
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 50%
โครงการ BESS เคอแรง
วิกตอเรีย

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

103
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

206
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการเหมืองถ่านหิน
โครงการนิวสแตนเอกซ์เทนชัน
นิวเซาท์เวลส์​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง

51.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการเหมืองนิวเบคส์
นิวเซาท์เวลส์​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง

7.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการเหมืองวอลลาราห์
นิวเซาท์เวลส์​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง

7.8
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 14%
ท่าเรือ
ท่าเรือถ่านหินบน็ตังและท่าเรืออื่น ๆ

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับส่งออกถ่านหิน

Coal Project
NPR Mine Project
กาลีมันตันกลาง​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

Reserves
(pre-development)

77.4
Mt
Banpu Ownership : 65.14%
เหมืองถ่านหิน
เหมืองอินโดมินโค
กาลีมันตันตะวันออก​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

1.6
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

30.4
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมืองตรูไบนโด
กาลีมันตันตะวันออก​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.7
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

50.2
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมืองบารินโต
บาริโตเหนือ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

1.7
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

95.4
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมืองโจรง
กาลีมันตันใต้​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

2.3
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมือง GPK
กาลีมันตันตะวันออก​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.5
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

99.1
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมือง TIS
กาลีมันตันตะวันออก​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.1
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

7.2
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมือง NPR
กาลีมันตันกลาง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.1
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

77.4
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
โรงไฟฟ้าพลังความร้อน
โรงไฟฟ้าหงสาพาวเวอร์
จังหวัดไชยบุรี​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิต
ไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

1,878
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 40%
โรงไฟฟ้าพลังความร้อน
โรงไฟฟ้า BLCP
จังหวัดระยอง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิต
ไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

1,434
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 50%
โครงการโซลาร์
โครงการโซลาร์จินหู เฉียนเฟิง
มณฑลเจียงซู​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

120
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 10%
โครงการ BESS
โครงการ BESS จินหู เฉียนเฟิง
มณฑลเจียงซู​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

10
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงาน
(ไตรมาส 1/2569)

20
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังความร้อน (CHP)
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนและไอน้ำลวนหนาน
มณฑลเหอเป่ย​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า

150
เมกะวัตต์

กำลังผลิตไอน้ำ

538
ตันต่อชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนและไอน้ำเจิ้งติ้ง
มณฑลเหอเป่ย​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า

73
เมกะวัตต์

กำลังผลิตไอน้ำ

370
ตันต่อชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนและไอน้ำโจวผิง
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า

125
เมกะวัตต์

กำลังผลิตไอน้ำ

600
ตันต่อชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 70%
โรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง
มณฑลชานซี​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า

1,320
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 30%
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
โซลาร์ฮุ่ยเหนิง
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

21.51
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์จิ้นซาน
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

28.95
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์เฮ่าหยวน
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

20.00
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์ฮุ่ยเอิน
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

19.70
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์เต๋อหยวน
มณฑลเจ้อเจียง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

51.64
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์ซิ่งหยู
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

10.30
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์จี้ซิน
มณฑลเจียงซู​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

25.22
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองถ่านหิน
เหมืองเกาเฮ่อ
มณฑลชานซี​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

2.6
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

72.9
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 45%
เหมืองเหอปี้
มณฑลเหอหนาน​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.3
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

40.6
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 40%
ท่าเรือ
ท่าเรือถ่านหิน NCIG

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับส่งออกถ่านหิน

โซลาร์ฟาร์ม
โซลาร์ฟาร์มเบอรีล
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

110.9
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์ฟาร์มมานิลดรา
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

55.9
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการเหมืองถ่านหิน
โครงการอุ๊นส์ขูดัก
จังหวัดโกบีกลาง​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(ไตรมาส 1/2569)

540.9
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองถ่านหิน
เหมืองซานต์อูล
จังหวัดโกบีใต้​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.57
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

~63.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานลม
โรงไฟฟ้าพลังงานลมมุ่ยดิ่ญ
จังหวัดนิงห์ถวน​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

37.60
เมกะวัตต์ 
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
โซลาร์เญิ่นไห
จังหวัดนิงห์ถวน​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

35
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการพลังงานลม
โครงการวิญเจา เฟส 1
จังหวัดซ้อกจัง​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

30
เมกะวัตต์ 
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
โอลิมเปียโซลาร์
กุมมะ อิบารากิ และโทจิงิ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

10
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 40%
โซลาร์ยามากาตะ
ยามากาตะ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

20
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์เคเซ็นนุมะ
มิยากิ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

20
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์ชิราคาวะ
ฟุกุชิมะ ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

10
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการ BESS
โครงการ BESS อะอิซุ
ฟุกุชิมะ ​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

26
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

104
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการ BESS สึโนะ
มิยาซากิ​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

26
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

104
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 70%
โครงการ BESS คามิกูมิ-โตเกียว
โตเกียว

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

2
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

8
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 49%
โครงการ BESS นิกโกะ
โทจิงิ​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

40
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

160
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการ BESS ฮิโยชิบารุ
โออิตะ​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

20
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

80
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 30%
โครงการ BESS
โครงการ BESS อิวาเตะโทโนะ
อิวาเตะ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

15
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

58
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 75%
โครงการ BESS
โครงการ BESS เมกะเมาท์
เท็กซัส​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(2569)

100
เมกะเมาท์ ​

กำลังการกักเก็บพลังงาน
(2569)

200
เมกะเมาท์ ​
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS)
โครงการ อีเกิล ฟอร์ด
เท็กซัสใต้​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ความจุการกักเก็บ CO2
(2568)

~90,000
ตัน/ปี
โครงการ อีสส์ เท็กซัส
เท็กซัสตะวันออก​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ความจุการกักเก็บ CO2
(2568)

~70,000
ตัน/ปี
โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS)
โครงการ บาร์เนตต์ ซีโร่
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

ความจุการกักเก็บ CO2
(2568)

183,000
ตัน/ปี
โครงการ คอตตอน โคฟ
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

ความจุการกักเก็บ CO2
(2568)

32,000
ตัน/ปี
แหล่งก๊าซธรรมชาติ (Shale Gas)
แหล่งก๊าซธรรมชาติมาร์เซลลัส รัฐเพนซิลเวเนีย
เพนซิลเวเนีย ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

ปริมาณก๊าซสำรอง (1P)
(2568)

0.6
ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าก๊าซธรรมชาติ
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.94%
แหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ รัฐเท็กซัส
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

ปริมาณก๊าซสำรอง (1P)
(2568)

5.5
ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าก๊าซธรรมชาติ
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.94%
โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (HELE/CCGT)
โรงไฟฟ้า Temple I
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

768
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้า Temple II
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

755
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
โซลาร์ฟาร์มพอนเดอร์
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

2.5
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%

ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์