คณะกรรมการบริษัท













1. การกำหนดโครงสร้าง คุณสมบัติ และแนวทางการสรรหากรรมการ
โครงสร้างการบริหารงานของบริษัทฯ ประกอบด้วยคณะกรรมการและผู้บริหาร ส่วนของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการมีจำนวนที่เหมาะสมกับขนาดกิจการของบริษัทฯ และการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ เมื่อรวมแล้วมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน โดยมีกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และมีกรรมการที่มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริงจากฝ่ายบริหารและปราศจากความสัมพันธ์ทางธุรกิจ หรือความสัมพันธ์อื่นใดอันอาจมีอิทธิพลต่อการใช้ดุลยพินิจอย่างเป็นอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
คณะกรรมการบริษัทจะแต่งตั้งกรรมการจำนวนหนึ่งจากคณะกรรมการบริษัทเป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อทำหน้าที่พิเศษ โดยจะพิจารณาบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อยเปรียบเทียบกับคุณสมบัติของกรรมการแต่ละคน ปัจจุบัน คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยจำนวน 4 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ
ในการสรรหากรรมการ คณะกรรมการบริษัทมุ่งให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการสรรหาบุคคลผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาดํารงตําแหน่งกรรมการ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา (Corporate Governance and Nomination Committee) ทำหน้าที่กำหนดและทบทวนคุณสมบัติของกรรมการ อันประกอบด้วย 1) คุณสมบัติทั่วไป 2) คุณสมบัติเฉพาะด้าน ที่เป็นประโยชน์และสอดคล้องกับกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และ 3) คุณสมบัติของกรรมการอิสระ ตลอดจนกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมอื่นๆ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- คุณสมบัติทั่วไป
- ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
- ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ใน ความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาท
- ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
- เป็นผู้ที่สามารถอุทิศเวลาให้กับบริษัท ได้อย่างเพียงพอ และเป็นกรรมการในบริษัทจด ทะเบียนไม่เกิน 5 บริษัท
- มีคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อผลงาน (integrity and accountability)
- ตัดสินใจด้วยข้อมูลและเหตุผล
- มีวุฒิภาวะ ความมั่นคง กล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างและเป็นอิสระ
- ยึดมั่นในการทำงานอย่างมีหลักการและมาตรฐานเยี่ยงมืออาชีพ
- คุณลักษณะอื่นๆ ที่คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาเห็นว่ามีความสำคัญ
- ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน เพื่อความเหมาะสมโดยรวมของคณะกรรมการบริษัท มีความหลากหลายของทักษะ (Skill Mix) เพศ ประสบการณ์ ได้แก่ ความรู้ความเข้าใจในธุรกิจของบริษัท การบัญชีและการเงิน การบริหารจัดการ การจัดทำกลยุทธ์ การตัดสินใจทางธุรกิจ การตลาด การกำกับดูแลกิจการ ตลอดจนด้านกฎหมาย
- กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน และต้องมีคุณสมบัติ “กรรมการอิสระ” ตามที่กำหนดใน “แนวปฏิบัติบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ว่าด้วยคณะกรรมการบริษัท พ.ศ. 2552 (ปรับปรุงครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567)” โดยกรรมการอิสระของบริษัทฯ ต้องถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้น ๆ ด้วย
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา มีหน้าที่พิจารณากลั่นกรองและดำเนินการสรรหาโดยคำนึงถึงความหลากหลายในโครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการ (Board Diversity) ทั้งในด้านประสบการณ์ ความรู้ และความชำนาญเฉพาะด้านที่สอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยไม่มีการจำกัดเพศ เชื้อชาติ สัญชาติ และศาสนา พร้อมทั้งได้มีการจัดทำตารางองค์ประกอบด้านทักษะของคณะกรรมการ (Board Skill Matrix) ขึ้น และนำมาเป็นหนึ่งในปัจจัยประกอบการพิจารณา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสรรหากรรมการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
2. ผลการปฏิบัติงานด้านการสรรหากรรมการ
ในปี 2568 คณะกรรมการบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วยกรรมการรวมทั้งสิ้น 13 คน ได้แก่ กรรมการอิสระ 5 คน (คิดเป็นร้อยละ 38) กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 7 คน (คิดเป็นร้อยละ 53) ซึ่งมีกรรมการที่มีความรู้ในธุรกิจของบริษัทร่วมอยู่ด้วย และกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 1 คน ทั้งนี้ คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาได้พิจารณาทบทวนคุณสมบัติและความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และเสนอให้คณะกรรมการบริษัทอนุมัติเพื่อเสนอชื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อไปอีกวาระหนึ่ง ซึ่งในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 นั้น มีกรรมการ 5 รายได้รับการเลือกตั้งจากผู้ถือหุ้น ได้แก่
1. นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ
2. นายศรายุธ แสงจันทร์
3. นายตีรณ พงศมฆพัฒน์
4. นายธีรภัทร สงวนกชกร
5. นายพิริยะ เข็มพล
โดยคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาได้พิจารณาทบทวนคุณสมบัติและความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว เห็นว่ากรรมการที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งทั้ง 5 คน เป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมและสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ตลอดจนมีผลการปฏิบัติงานดี สมควรได้รับการพิจารณาเสนอชื่อต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 เพื่อเลือกตั้งเป็นกรรมการต่อไปอีกวาระหนึ่ง จึงได้เสนอต่อคณะกรรมการบริษัท ซึ่งได้ดำเนินการตามขั้นตอนการแต่งตั้งกรรมการครบถ้วนแล้ว
หน้าที่แห่งความไว้วางใจ
หน้าที่แห่งความไว้วางใจ โดยทั่วไปหมายถึงการปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น บุคคล บริษัท องค์กร และหน่วยงานการกุศลโดยสุจริต มีความน่าเชื่อถือ ปราศจากอคติ และมีความรับผิดชอบ หน้าที่ของบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของทรัพย์สินให้ทำหน้าที่แทนจะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตต่อผู้ที่มอบหมายหน้าที่ให้ โดยไม่ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นสำคัญกว่าหน้าที่นั้นๆ และจะต้องไม่รับผลประโยชน์ใดๆ ในฐานะผู้ทำหน้าที่แทน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ได้กำหนดเรื่องหน้าที่แห่งความไว้วางใจไว้ในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 โดยระบุไว้ว่า ในการดำเนินกิจการของบริษัท กรรมการและผู้บริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และมติคณะกรรมการบริษัท ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
นอกจากการปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อกฎหมายที่มีการปรับปรุงอยู่เสมอ บ้านปู ยังเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารตามแนวทาง “หน้าที่แห่งความไว้วางใจ” หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีได้รับการหลอมรวมอยู่ในวัฒนธรรมบ้านปู ซึ่งสะท้อนให้เห็นในระบบการตรวจสอบและควบคุมซึ่งกันและกันภายในบริษัทฯ เช่น หลักการและนโยบายบรรษัทภิบาล คู่มือจริยธรรมธุรกิจ การสร้างความตระหนักถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การตรวจสอบการทำงานให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับและกฎหมาย ระบบการจัดการการฉ้อโกงและบริหารความเสี่ยง การตรวจสอบการดำเนินงานให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการบริษัท เครื่องมือต่างๆ เหล่านี้มีส่วนช่วยสร้างความเชื่อถือของผู้มีส่วนได้เสียในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ความซื่อสัตย์สุจริต และความรับผิดชอบ
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนด “แนวปฏิบัติ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ว่าด้วยคณะกรรมการบริษัท” ขึ้นเมื่อปี 2552 เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งมีเนื้อหาภายในประกอบด้วยคำนิยามที่เกี่ยวข้อง องค์ประกอบและหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการบริษัท คุณสมบัติของกรรมการบริษัท วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท การประชุมคณะกรรมการบริษัทและการออกเสียง โดยบริษัทฯ ได้มีการปรับปรุงแก้ไขแนวปฏิบัติฯ ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านบรรษัทภิบาลของคณะกรรมการบริษัท และให้สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบและสภาพธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคณะกรรมการบริษัทมีบทบาทหน้าที่สำคัญ ดังนี้
- คณะกรรมการบริษัทมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามเป้าหมายและแนวทางที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น อยู่ในกรอบของการมีจริยธรรมที่ดี และคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
- คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวัง รักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
- คณะกรรมการบริษัทดูแลให้มีการจัดทำวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย นโยบาย ทิศทางการดำเนินงาน แผนกลยุทธ์ระยะยาว แผนงานและงบประมาณประจำปีของบริษัทฯ โดยมอบหมายให้ฝ่ายบริหารเป็นผู้นำเสนอ และคณะกรรมการบริษัทแสดงความเห็นและอภิปรายร่วมกับฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความเห็นชอบร่วมกันก่อนที่จะพิจารณาอนุมัติ พร้อมกำกับดูแลและติดตามผลการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารเป็นระยะ ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าบรรลุเป้าหมายตามแผนงานที่กำหนดไว้
- คณะกรรมการบริษัทกำหนดเป้าหมายการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อประกอบการพิจารณาผลตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นประจำทุกปี
- คณะกรรมการบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะกำกับดูแลการบริหารงานเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยได้กำหนดและดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการและนโยบายบรรษัทภิบาล
อำนาจอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้เรื่องดังต่อไปนี้เป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทที่จะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ
- นโยบาย แผนยุทธศาสตร์ และแผนงาน งบประมาณประจำปีของบริษัทฯ
- ผลงานและผลประกอบการประจำเดือนและประจำไตรมาสของบริษัท เทียบกับแผนและงบประมาณ และแนวโน้มในระยะต่อไปของปี
- การลงทุนในโครงการที่มีมูลค่าสูงกว่า 1,500 ล้านบาท
- การใช้เงินลงทุนเกินวงเงินลงทุนโครงการที่ได้รับอนุมัติไว้รวมร้อยละ 15 และมีจำนวนเกิน 1,000 ล้านบาท
- การซื้อและจำหน่ายสินทรัพย์ การซื้อกิจการและเข้าร่วมในโครงการร่วมทุนที่ไม่ขัดกับเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีมูลค่าเกินกว่าที่มอบอำนาจให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- การทำธุรกรรมหรือการกระทำใดๆ ที่มีผลกระทบที่สำคัญต่อฐานะทางการเงิน ภาระหนี้สิน ยุทธศาสตร์การทำธุรกิจ และชื่อเสียงของบริษัท
- การทำสัญญาใดๆที่ไม่เกี่ยวกับการทำธุรกิจปกติ และสัญญาที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจปกติที่มีความสำคัญ
- การทำรายการเกี่ยวโยงกันระหว่างบริษัท บริษัทย่อย บริษัทร่วม กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ฉบับประมวล
- ธุรกรรมใดๆ ที่มีผลให้โครงสร้างเงินทุนในงบดุลรวมของบริษัท มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเกิน 2 ต่อ 1
- การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
- การกู้ยืมเงินรวมที่เกินกว่าที่กำหนดไว้ในงบประมาณมากกว่า 5,000 ล้านบาท
- การเปลี่ยนนโยบายและวิธีปฏิบัติที่มีนัยสำคัญเกี่ยวกับการบัญชี การบริหารความเสี่ยงและการเก็บรักษาเงิน
- การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกี่ยวกับระบบการควบคุมการบริหารงานและการเงิน
- การกำหนดและทบทวนอำนาจอนุมัติที่มอบให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และเจ้าหน้าที่บริหาร
- การแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจ้าหน้าที่บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-การเงิน
- อนุมัติโครงสร้างเงินเดือน งบประมาณการปรับเงินเดือน ผลตอบแทนอื่น หรือสูตรการปรับผลตอบแทนอื่นของผู้บริหารและพนักงาน
- การเสนอแต่งตั้งและการสิ้นสุดสถานภาพของกรรมการบริษัท และเลขานุการบริษัท หรือเลขานุการคณะกรรมการบริษัท
- การมอบอำนาจให้ประธานกรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือกรรมการบริษัท คนใดคนหนึ่ง รวมถึงการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขการมอบอำนาจดังกล่าว
- การแต่งตั้งและกำหนดอำนาจหน้าที่แก่คณะกรรมการย่อยและการแต่งตั้งกรรมการอิสระเพื่อดำรงตำแหน่งประธานกรรมการอิสระ (Lead Independent Director) ในกรณีที่ประธานกรรมการบริษัทไม่ใช่กรรมการอิสระ
- การจัดให้มีและกำกับดูแลให้มีการบริหารจัดการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ส่งเสริมการมีจิตสำนึกในจริยธรรมและคุณธรรม การปฏิบัติตามนโยบายบรรษัทภิบาล คู่มือจริยธรรม และนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น
- การแต่งตั้งกรรมการบริษัทหรือผู้บริหารไปเป็นกรรมการในบริษัทย่อยและบริษัทในเครือ
- การจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ และแจ้งเลิกบริษัท
- การทบทวนวิสัยทัศน์และพันธกิจ อย่างน้อยทุก 5 ปี
- กรรมการบริษัทมีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูลความลับของบริษัท อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลภายในที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ หรือข้อมูลที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหรือราคาหุ้นตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ฉบับประมวล โดยกำหนดเป็นข้อปฏิบัติดังนี้
- ในกรณีที่ข้อมูลเป็นการรายงานประจำรอบระยะเวลาบัญชี ได้แก่ รายงานผลการดำเนินงานและงบการเงิน และรายงานประจำปี กรรมการพึงละเว้นการซื้อขายหลักทรัพย์บริษัท ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
- ในกรณีที่ข้อมูลเป็นการรายงานตามเหตุการณ์การดำเนินงานของบริษัท ได้แก่ การได้มา/จำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ รายการที่เกี่ยวโยงกัน การร่วม/ยกเลิกการร่วมทุน การเพิ่มทุน/ลดทุน การออกหลักทรัพย์ใหม่ การซื้อหุ้นคืน การจ่ายหรือไม่จ่ายเงินปันผล หรือเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น ฯลฯ กรรมการพึงละเว้นการซื้อขายหลักทรัพย์บริษัท ในช่วงเวลาตั้งแต่ได้รับทราบข้อมูลจนถึงวันที่บริษัท เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
- การปรับเปลี่ยนขอบเขตอำนาจพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท ตามข้อ 1 – 24
บทบาทหน้าที่ของฝ่ายบริหาร
เพื่อให้ขอบเขตหน้าที่ในการกำกับดูแลและการบริหารจัดการสามารถแบ่งแยกจากกันได้อย่างชัดเจน บริษัทฯ จึงกำหนดให้ฝ่ายบริหาร ซึ่งนำโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มีบทบาทหน้าที่สำคัญ ดังต่อไปนี้
- ฝ่ายบริหารมีบทบาทร่วมกับคณะกรรมการบริษัทในการจัดทำแผนทิศทางการดำเนินธุรกิจและแผนกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์และพันธกิจซึ่งเป็นเป้าหมายหลักขององค์กร โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งและมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินธุรกิจ พัฒนา และนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ
- ฝ่ายบริหารจะนำคำแนะนำที่ได้รับจากคณะกรรมการบริษัทมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาต่อยอด เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจ แผนกลยุทธ์ระยะยาว แผนงาน งบประมาณ และอัตรากำลังพลประจำปี เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท
- ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มีหน้าที่กระจายอำนาจให้ผู้บริหารระดับรองลงมาของหน่วยธุรกิจต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ให้เป็นไปตามตารางอำนาจอนุมัติ (Delegation of Authority)
- ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูงลงไปตามลำดับ โดยใช้เป้าหมายและหลักเกณฑ์ในการประเมินที่เชื่อมโยงกับแผนกลยุทธ์ แผนงานประจำปี และเป้าหมายการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อพิจารณากำหนดค่าตอบแทนและมาตรการจูงใจที่เหมาะสม
กระบวนการและหลักเกณฑ์ในการสรรหากรรมการ
- คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาเป็นผู้ทำหน้าที่สรรหากรรมการเพื่อทดแทนกรรมการที่ครบวาระหรือทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงด้วยเหตุอื่น โดยมีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้
- ทบทวนโครงสร้างและองค์ประกอบที่เหมาะสมของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในภาพรวมให้กับคณะกรรมการบริษัท
- ทบทวนคุณสมบัติทั่วไป คุณสมบัติเฉพาะ คุณสมบัติของกรรมการอิสระ และกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมในการสรรหาและคัดเลือกเพื่อให้ตรงกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และให้เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนี้
- คุณสมบัติทั่วไป
- ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
- ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ใน ความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาท
- ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
- เป็นผู้ที่สามารถอุทิศเวลาให้กับบริษัท ได้อย่างเพียงพอ และเป็นกรรมการในบริษัทจด ทะเบียนไม่เกิน 5 บริษัท
- มีคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อผลงาน (integrity and accountability)
- ตัดสินใจด้วยข้อมูลและเหตุผล
- มีวุฒิภาวะ ความมั่นคง กล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างและเป็นอิสระ
- ยึดมั่นในการทำงานอย่างมีหลักการและมาตรฐานเยี่ยงมืออาชีพ
- คุณลักษณะอื่นๆ ที่คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาเห็นว่ามีความสำคัญ
- ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน เพื่อความเหมาะสมโดยรวมของคณะกรรมการบริษัท มีความหลากหลายของทักษะ (Skill Mix) เพศ ประสบการณ์ ได้แก่ ความรู้ความเข้าใจในธุรกิจของบริษัท การบัญชีและการเงิน การบริหารจัดการ การจัดทำกลยุทธ์ การตัดสินใจทางธุรกิจ การตลาด การกำกับดูแลกิจการ ตลอดจนด้านกฎหมาย
- กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน และต้องมีคุณสมบัติ “กรรมการอิสระ” ตามที่กำหนดใน “แนวปฏิบัติบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ว่าด้วยคณะกรรมการบริษัท พ.ศ. 2552 (ปรับปรุงครั้งที่ 7 พ.ศ. 2567)” โดยกรรมการอิสระของบริษัทฯ ต้องถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้น ๆ ด้วย
- คุณสมบัติทั่วไป
- ในการสรรหากรรมการทดแทนกรรมการที่ครบวาระหรือทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาได้มีการพิจารณารายชื่อจากฐานข้อมูลกรรมการ (Director Pool) รวมทั้งให้คณะกรรมการบริษัททุกคนเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสม นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังได้กำหนดและเปิดเผยถึงความหลากหลายในโครงสร้างของกรรมการ (Board Diversity) และลงประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมภายในเวลาและเงื่อนไขที่กำหนดอีกด้วย
- รายชื่อที่ได้รับการเสนอจากคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นรายย่อยทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการสรรหา โดยมีการพิจารณาทั้งด้านความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ คุณสมบัติทั่วไปคุณสมบัติเฉพาะ (Board Skill Mix) ที่เป็นประโยชน์ต่อโครงสร้างของคณะกรรมการบริษัทและการทำงานร่วมกันของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งรายชื่อทั้งหมดจะมีจำนวนมากกว่า 2 เท่าของตำแหน่งกรรมการที่ว่างลง
- เมื่อผ่านการพิจารณาสรรหาแล้ว คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหาจะเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อให้ความเห็นชอบ และเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อลงมติแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทต่อไป โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะเป็นผู้เห็นชอบการแต่งตั้งกรรมการด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนเสียงผู้ถือหุ้นทั้งหมดที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง โดยมีการลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล
คุณสมบัติกรรมการอิสระ
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้กำหนดนิยามของกรรมการบริษัทไว้ตามหลักเกณฑ์ เรื่อง “กรรมการอิสระ” ซึ่งกำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย “กรรมการอิสระ” ของบริษัทฯ หมายถึง กรรมการที่มีคุณสมบัติดังนี้
- ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้น ๆ ด้วย
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน ทั้งนี้ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็นข้าราชการหรือที่ปรึกษาของส่วนราชการ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต
- ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็นบิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของกรรมการรายอื่น ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นกรรมการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อย
- ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัยหรือผู้มีอำนาจควบคุม ของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานความสัมพันธ์ทางธุรกิจตามวรรคหนึ่ง รวมถึงการทำรายการทางการค้าที่กระทำเป็นปกติเพื่อประกอบกิจการ การเช่าหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ รายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการ หรือการให้หรือรับความช่วยเหลือทางการเงิน ด้วยการรับหรือให้กู้ยืมค้ำประกัน การให้สินทรัพย์เป็นหลักประกันหนี้สิน รวมถึงพฤติการณ์อื่นทำนองเดียวกัน ซึ่งเป็นผลให้ผู้ขออนุญาตหรือคู่สัญญามีภาระหนี้ที่ต้องชำระต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ตั้งแต่ร้อยละ 3 ของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของผู้ขออนุญาตหรือตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า ทั้งนี้ การคำนวณภาระหนี้ดังกล่าวให้เป็นไปตามวิธีการคำนวณมูลค่าของรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน โดยอนุโลม แต่ในการพิจารณาภาระหนี้ดังกล่าว ให้นับรวมภาระหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่าง 1 ปีก่อนวันที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบุคคลเดียวกัน
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาตและไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาตสังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน
- ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงินซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ขออนุญาต และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงาน
- ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของผู้ขออนุญาต ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่
- ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อยหรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้างหุ้นส่วน หรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำ หรือถือหุ้นเกินร้อยละ 1 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่น ซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของผู้ขออนุญาตหรือบริษัทย่อย
- ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของผู้ขออนุญาต
ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอิสระที่มีลักษณะเป็นไปตาม (1) ถึง (9) แล้ว กรรมการอิสระอาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของผู้ขออนุญาต บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกันกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจ ควบคุมของผู้ขออนุญาต โดยมีการตัดสินใจในรูปแบบขององค์คณะ (collective decision) ได้
ในกรณีที่บุคคลที่ผู้ขออนุญาตแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระเป็นบุคคลที่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการให้บริการทางวิชาชีพเกินมูลค่าที่กำหนดตามข้อ (4) หรือข้อ (6) ให้ผู้ขออนุญาตได้รับการผ่อนผันข้อห้ามการมีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการให้บริการทางวิชาชีพเกินมูลค่าดังกล่าว ก็ต่อเมื่อผู้ขออนุญาตได้จัดให้มีความเห็นคณะกรรมการบริษัทที่แสดงว่าได้พิจารณาตามหลักในมาตรา 89/7 แล้วว่า การแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่และการให้ความเห็นที่เป็นอิสระ และจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลต่อไปนี้ในหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นในวาระพิจารณาแต่งตั้งกรรมการอิสระด้วย
ก. ลักษณะความสัมพันธ์ทางธุรกิจหรือการให้บริการทางวิชาชีพ ที่ทำให้บุคคลดังกล่าวมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ข. เหตุผลและความจำเป็นที่ยังคงหรือแต่งตั้งให้บุคคลดังกล่าวเป็นกรรมการอิสระ
ค. ความเห็นของคณะกรรมการของผู้ขออนุญาตในการเสนอให้มีการแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวเป็นกรรมการอิสระ
เพื่อประโยชน์ตามข้อ (5) และข้อ (6) คำว่า “หุ้นส่วน” หมายความว่า บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานสอบบัญชี หรือผู้ให้บริการทางวิชาชีพ ให้เป็นผู้ลงลายมือชื่อในรายงานการสอบบัญชี หรือรายงานการให้บริการทางวิชาชีพ (แล้วแต่กรณี) ในนามของนิติบุคคลนั้น
เลขานุการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้ง นาย วิรัช วุฒิธนาเศรษฐ์ ทำหน้าที่ เลขานุการบริษัท โดยให้มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559

คณะกรรมการชุดย่อย
คณะกรรมการชุดย่อย






















คณะกรรมการระดับผู้บริหาร
คณะกรรมการแผนสืบทอดตำแหน่ง
บ้านปู ได้แต่งตั้งคณะกรรมการในระดับผู้บริหารขึ้น 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการแผนสืบทอดตำแหน่ง คณะกรรมการพิจารณาการลงทุน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงราคาถ่านหินและราคาน้ำมัน รวมถึงคณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพในทุกสายงานภายในองค์กร โดยคณะกรรมการระดับผู้บริหารทั้ง 5 คณะนี้ มีบทบาทและหน้าที่ในการรายงานต่อคณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการแผนสืบทอดตำแหน่งประกอบด้วยกรรมการ ซึ่งได้แก่:
- ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจเหมือง
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจไฟฟ้า
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ทรัพยากรมนุษย์
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – กลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – บริหารและพัฒนาองค์กร
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ตรวจสอบภายใน และกำกับดูแลการปฏิบัติงานตามกฎหมาย
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการแผนสืบทอดตำแหน่ง
- อนุมัติและผลักดันการดำเนินงานตามนโยบายการวางแผนและการบริการผู้สืบทอดตำแหน่งที่สำคัญของบริษัทฯ
- ระบุและทบทวนรายชื่อผู้สืบทอดของทุกตำแหน่งสำคัญ โดยพิจารณาข้อกำหนดทางธุรกิจของบริษัทฯ และ / หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร
- พิจารณาและอนุมัติรายชื่อผู้สืบทอดของตำแหน่งที่สำคัญ
- พิจารณาและอนุมัติแผนการพัฒนาอาชีพของผู้สืบทอดของตำแหน่งที่สำคัญ
- ติดตามผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาศักยภาพของผู้สืบทอดตำแหน่ง และทบทวนความคืบหน้าด้านการพัฒนาของผู้สืบทอดตำแหน่ง
- ทบทวนและตัดสินใจในการปรับนโยบายและระบบด้านการบริหารการวางแผนด้านการสืบทอดตำแหน่ง
คณะกรรมการพิจารณาการลงทุน
บ้านปู ได้แต่งตั้งคณะกรรมการในระดับผู้บริหารขึ้น 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการแผนสืบทอดตำแหน่ง คณะกรรมการพิจารณาการลงทุน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงราคาถ่านหินและราคาน้ำมัน รวมถึงคณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพในทุกสายงานภายในองค์กร โดยคณะกรรมการระดับผู้บริหารทั้ง 5 คณะนี้ มีบทบาทและหน้าที่ในการรายงานต่อคณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการพิจารณาการลงทุนประกอบด้วยกรรมการ ซึ่งได้แก่:
- ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจเหมือง
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจไฟฟ้า
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – บริหารและพัฒนาองค์กร
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – กลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณาการลงทุน
- เป็นผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารในการประเมินโอกาสในการลงทุนโครงการต่าง ๆ
- จัดสรรทรัพยากรในแต่ละช่วงของโครงการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบ้านปู
นโยบายการลงทุนของบ้านปู คณะกรรมการพิจารณาการลงทุนของบ้านปู มีการพิจารณาการลงทุนโดยคำนึงถึงปัจจัยหลักต่าง ๆ ต่อไปนี้
- มีความเหมาะสมในเชิงกลยุทธ์ต่อเป้าหมายของบริษัทฯ
- รูปแบบของการร่วมทุน / การควบคุมการบริหาร
- ความคุ้มค่าในการลงทุนเมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยง
- เทคโนโลยี
- ผลกระทบต่อโครงสร้างทางการเงินและการลงทุน
- ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
บ้านปู ได้แต่งตั้งคณะกรรมการในระดับผู้บริหารขึ้น 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการแผนสืบทอดตำแหน่ง คณะกรรมการพิจารณาการลงทุน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงราคาถ่านหินและราคาน้ำมัน รวมถึงคณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพในทุกสายงานภายในองค์กร โดยคณะกรรมการระดับผู้บริหารทั้ง 5 คณะนี้ มีบทบาทและหน้าที่ในการรายงานต่อคณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการ ซึ่งได้แก่:
- นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/กรรมการบริหาร) เป็นประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
- ดร.กิรณ ลิมปพยอม (ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ)
- นายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด)
- นางสาวอริศรา สกุลการะเวก (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-การเงิน)
- นายวิธพล เจาะจิตต์ (ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ทรัพยากรมนุษย์)
- นายจิรเมธ อัชชะ (ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – บริหารและพัฒนาองค์กร)
- นายวิรัช วุฒิธนาเศรษฐ์ (ผู้อำนวยการสายอาวุโส – แผนงานองค์กร)
โดยมีผู้จัดการความเสี่ยงองค์กร (Corporate Risk Manager) เป็นเลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
- กำหนดกรอบนโยบายและกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง
- ส่งเสริมและขับเคลื่อนการดำเนินกลยุทธ์ด้านความเสี่ยง ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์
- ติดตามความคืบหน้าของการจัดการความเสี่ยง รวมถึงการประเมินความเสี่ยงของโครงการสำคัญต่างๆ
- กำกับดูแลและสนับสนุนให้มีระบบการติดตามความเสี่ยงที่ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร
- รายงานต่อคณะกรรมการบริษัท / คณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง ถึงความเหมาะสมเพียงพอของระบบควบคุมความเสี่ยง

นโยบายการบริหารความเสี่ยงของบ้านปู
นโยบายการบริหารความเสี่ยงของบ้านปู กำหนดไว้ว่าจะต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบกับเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอนและอาจก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ อันจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการบรรลุซึ่งวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือแผนธุรกิจ เพื่อป้องกันบริษัทฯ จากความสูญเสีย และส่งเสริมให้บริษัทฯ สามารถตอบรับกับโอกาสทางธุรกิจที่ผ่านเข้ามาได้เป็นอย่างดี
รายงานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
รายงานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประจำปี 2568
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงราคาถ่านหินและราคาน้ำมัน
บ้านปู ได้แต่งตั้งคณะกรรมการในระดับผู้บริหารขึ้น 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการแผนสืบทอดตำแหน่ง คณะกรรมการพิจารณาการลงทุน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงราคาถ่านหินและราคาน้ำมัน รวมถึงคณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพในทุกสายงานภายในองค์กร โดยคณะกรรมการระดับผู้บริหารทั้ง 5 คณะนี้ มีบทบาทและหน้าที่ในการรายงานต่อคณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงราคาถ่านหินและราคาน้ำมัน ประกอบด้วยกรรมการ ซี่งได้แก่
- ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – การเงิน
- Head of Marketing, Sales & Logistics
- ที่ปรึกษาทางการเงิน
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงราคาถ่านหินและราคาน้ำมัน
- ดูแลและจัดการการบริหารความเสี่ยงสินค้าโภคภัณฑ์ของบริษัทฯ (ซึ่งปัจจุบันประกอบด้วยถ่านหินและน้ำมันเชื้อเพลิง)
- จัดทำและดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพในระบบการควบคุมการบริหาร commodity hedging และดูแลการติดตามผลการบริหารและควบคุมความเสี่ยง เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบและกฎหมายต่าง ๆ
- รายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทผ่านประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
นโยบายการบริหารความเสี่ยงราคาถ่านหินและราคาน้ำมัน
- หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภาวะราคาในตลาด
- สร้างความมั่นคงด้านรายได้ของบริษัทฯ
คณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืน
บ้านปู ได้แต่งตั้งคณะกรรมการในระดับผู้บริหารขึ้น 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการแผนสืบทอดตำแหน่ง คณะกรรมการพิจารณาการลงทุน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงราคาถ่านหินและราคาน้ำมัน รวมถึงคณะกรรมการการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพในทุกสายงานภายในองค์กร โดยคณะกรรมการระดับผู้บริหารทั้ง 5 คณะนี้ มีบทบาทและหน้าที่ในการรายงานต่อคณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการการการพัฒนาที่ยั่งยืนประกอบด้วยกรรมการ ซึ่งได้แก่:
- ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจเหมือง
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจไฟฟ้า
- ผู้อำนวยการสายอาวุโส – บริหารและพัฒนาองค์กร
- ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร
- Head of Corporate Development
- ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ทรัพยากรมนุษย์
- Country Heads
- ผู้อำนวยการสายอาวุโส – นักลงทุนสัมพันธ์
- ผู้อำนวยการสายอาวุโส – เลขานุการองค์กร
- Head of Renewable and Energy Technology Business
- ผู้อำนวยการสาย – บริหารความเสี่ยงองค์กร
- ผู้อำนวยการสายอาวุโส – อาชีวอนามัย ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และชุมชนสัมพันธ์ (เลขานุการคณะกรรมการฯ)
บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารการจัดการการพัฒนาที่ยั่งยืน
- กำหนดและทบทวนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืนของบริษัทฯ รวมทั้งนโยบายอื่น ๆ และระบบการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและเพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาของบริษัทฯ จะเติบโตควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- ติดตามผลการดำเนินงานของทุกหน่วยธุรกิจ อันเนื่องมาจากการตัดสินใจหรือการดำเนินการต่าง ๆ ที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียและความเชื่อมั่นต่อบริษัทฯ
- ติดตามดำเนินการให้หน่วยธุรกิจในเครือ ดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน
การบริหารจัดการการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความยั่งยืนในความหมายของบ้านปูฯ คือ การที่บริษัทฯ สามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาว ไม่ใช่แต่เพียงรูปแบบ แต่โดยแก่นแท้ที่สร้างขึ้นจากผลการดำเนินงาน บุคลากร และวัฒนธรรมองค์กร นอกจากธุรกิจจะยืนหยัดอยู่ได้ในระยะยาวแล้ว บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืนแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายด้วย นอกจากนั้น ในการที่บริษัทฯ จะก้าวไปสู่การเป็นบริษัทพลังงานในระดับภูมิภาคที่มีความฉับไวตามวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ การทำงานในเชิงรุก การเป็นผู้นำด้านคุณภาพ การมีแผนการปฏิบัติงานที่เป็นสากล และมีความยืดหยุ่นเหมาะสมกับสถานการณ์ จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะสร้างแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืน
