พลังงานหมุนเวียน กลไกตลาดคาร์บอน และการซื้อขายคาร์บอนเครดิต

ตลาดคาร์บอนและคาร์บอนเครดิต กลไกการเงินที่ช่วยขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero 

การเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ พลังงานหมุนเวียน เป็นปัจจัยหลักที่องค์กรทั่วโลกต้องให้ความสำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero แต่การลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวนั้นต้องอาศัยเงินทุนจำนวนมาก ตลาดคาร์บอนและคาร์บอนเครดิตจึงก้าวเข้ามามีบทบาทในฐานะกลไกทางการเงินที่ช่วยเปลี่ยนความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ 

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจการทำงานของกลไกเหล่านี้ และวิธีที่นำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน 

ตลาดคาร์บอนและคาร์บอนเครดิต ทำงานอย่างไร 

ตลาดคาร์บอนคือระบบที่อนุญาตให้มีการซื้อขาย “สิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” หรือ “ใบรับรองการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก 

  1. ตลาดคาร์บอนแบบบังคับ (Mandatory Market): ดำเนินการตามกฎหมายของรัฐบาลที่กำหนดเพดานการปล่อยก๊าซ (Cap) ของแต่ละอุตสาหกรรม หากบริษัทใดปล่อยต่ำกว่าเพดาน จะสามารถนำสิทธิ์ที่เหลือไปขายให้แก่บริษัทที่ปล่อยเกินได้ (Emission Trading System: ETS) 
  1. ตลาดคาร์บอนแบบสมัครใจ (Voluntary Market): เป็นการซื้อขาย “คาร์บอนเครดิต” (Carbon Credit) ที่เกิดจากความสมัครใจขององค์กรที่ต้องการชดเชยการปล่อยก๊าซของตนเอง (Carbon Offset) โดยคาร์บอนเครดิตเกิดจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เช่น Gold Standard, Verra หรือ T-VER ของไทย 

คาร์บอนเครดิต 1 เครดิต เท่ากับการลดหรือกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดโอไซด์ (หรือก๊าซเรือนกระจกชนิดอื่นเทียบเท่า) ปริมาณ 1 ตัน องค์กรพัฒนาโครงการจะได้รับเครดิตหลังผ่านกระบวนการตรวจสอบ และสามารถนำไปจำหน่ายให้กับองค์กรที่ต้องการชดเชยการปล่อย เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนหรือ Net Zero 

จากการรวบรวมข้อมูลของ World Bank Group พบว่าปัจจุบันตลาดคาร์บอนแบบบังคับทั่วโลกมีเครื่องมือกำหนดราคาคาร์บอนที่บังคับใช้จริงแล้วกว่า 80 ระบบ ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 28% ของโลก และสามารถระดมทุนเข้าสู่งบประมาณสาธารณะได้มากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเนื่องเป็นปีที่สอง สะท้อนให้เห็นว่าการกำหนดราคาคาร์บอนไม่ใช่แค่นโยบายเชิงสัญลักษณ์ แต่กลายเป็นกลไกการเงินที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนจริงในระดับประเทศ 

 

ความแตกต่างระหว่างคาร์บอนเครดิตและ REC 

หลายองค์กรอาจสับสนระหว่าง คาร์บอนเครดิต กับ ใบรับรองสิทธิ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate: REC) เนื่องจากทั้งสองเป็นเครื่องมือเพื่อความยั่งยืน แต่มีวัตถุประสงค์และการใช้งานต่างกันชัดเจน 

คาร์บอนเครดิต วัดผลกระทบจากการลดก๊าซเรือนกระจกในภาพรวม ไม่จำกัดว่าเกิดจากกิจกรรมใด ทั้งการอนุรักษ์ป่า การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน หรือการจัดการของเสีย โดยเน้นการชดเชยการปล่อยก๊าซสุทธิ (Net Offset) 

REC คือใบรับรองที่ยืนยันว่าไฟฟ้าปริมาณ 1 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) ได้ถูกผลิตขึ้นจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนจริง REC ถูกใช้เพื่อยืนยันการใช้ไฟฟ้าสีเขียว (Green Electricity) ในขอบเขตการบริโภคไฟฟ้า (Scope 2) เพื่อให้องค์กรสามารถอ้างสิทธิ์การใช้ไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียน 100% ตามมาตรฐานสากล เช่น RE100 

การเลือกใช้เครื่องมือใดขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์กร โดยสามารถใช้ร่วมกันเพื่อบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้ครอบคลุมทุกมิติ 

บทบาทของภาคพลังงานในตลาดคาร์บอน 

ภาคพลังงานคือหนึ่งในแหล่งสร้างคาร์บอนเครดิตที่สำคัญที่สุดของตลาดโลก เพราะการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดสร้างผลลัพธ์การลดก๊าซเรือนกระจกที่วัดผลได้ชัดเจนและตรวจสอบได้ เมื่อโรงไฟฟ้าหรือโรงงานอุตสาหกรรมเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จะถูกคำนวณและรับรองเป็นคาร์บอนเครดิตซึ่งขายได้จริงในตลาด เม็ดเงินที่ได้จากการขายเครดิตจึงไม่ใช่แค่รายได้เสริม แต่กลายเป็นกระแสเงินทุนหมุนเวียน (Revenue Stream) ที่ไหลกลับเข้าสู่การลงทุนขยายกำลังการผลิตพลังงานสะอาดรอบใหม่ สร้างวงจรที่ทำให้การลงทุนด้านความยั่งยืนคุ้มทุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว 

บ้านปูเป็นหนึ่งในผู้เล่นภาคพลังงานที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อยร้อยละ 20 ภายในปี 2573 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2593 ผ่านการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานในหลายประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าเป้าหมายลดคาร์บอนของภาคธุรกิจพลังงานไม่ใช่แค่ทิศทางนโยบาย แต่เป็นแผนที่มีตัวชี้วัดชัดเจนและตรวจสอบได้ 

การเชื่อมโยงเทคโนโลยี CCUS กับการสร้างคาร์บอนเครดิต 

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความท้าทายเฉพาะด้านการลดการปล่อยก๊าซ (Hard-to-abate sectors) ที่กำลังอยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) คือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยเร่งกระบวนการนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง  

เทคโนโลยี CCUS จะทำหน้าที่ดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งกำเนิดโดยตรง ก่อนนำไปอัดลงในโครงสร้างธรณีวิทยาชั้นใต้ดินที่ปลอดภัย หรือนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น การผลิตสารเคมีหรือวัสดุก่อสร้าง โดยปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกกักเก็บอย่างถาวรผ่านเทคโนโลยี CCUS สามารถนำมาคำนวณเป็นคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง (High-quality Carbon Credits) เนื่องจากเป็นการถอนคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศหรือหยุดยั้งไม่ให้เข้าสู่บรรยากาศอย่างแท้จริง คาร์บอนเครดิตประเภทนี้จึงได้รับความสนใจและมีมูลค่าสูงในตลาดซื้อขายปัจจุบัน 

ในตลาดจริง เครดิตคุณภาพสูงจากเทคโนโลยี CCUS มีราคาสูงกว่าคาร์บอนเครดิตทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลตลาดล่าสุดระบุว่าคาร์บอนเครดิตแบบหลีกเลี่ยงการปล่อย (Avoidance) ทั่วไปมักซื้อขายกันต่ำกว่า 24 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะที่เครดิตจากเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนสามารถซื้อขายได้สูงถึง 170-500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน สะท้อนว่าตลาดให้มูลค่ากับความถาวรและความน่าเชื่อถือของการกักเก็บคาร์บอนที่พิสูจน์ได้จริง มากกว่าปริมาณเพียงอย่างเดียว 

 

เทคโนโลยี CCUS ดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อสร้างคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูง 

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) 

1 คาร์บอนเครดิต 1 เครดิต มีมูลค่าเท่าไหร่ และขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง? 

  • ราคาคาร์บอนเครดิตไม่มีราคาเดียวถาวร ขึ้นอยู่กับประเภทโครงการ (เช่น โครงการป่าไม้ มักราคาสูงกว่าพลังงานหมุนเวียน) มาตรฐานการรับรอง (เช่น Verra, Gold Standard, T-VER) และประโยชน์เกี่ยวเนื่องด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม (Co-benefits) ของโครงการ 

2 องค์กรขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) สามารถเข้าร่วมตลาดคาร์บอนได้หรือไม่? 

  • เข้าร่วมได้ ทั้งในฐานะผู้ซื้อเครดิตเพื่อลดรอยเท้าคาร์บอนขององค์กร หรือในฐานะผู้พัฒนาโครงการ โดยการรวมกลุ่มทำโครงการขนาดเล็ก (Programmatic approach) เพื่อลดต้นทุนการประเมินและรับรองเครดิต 

3 การซื้อคาร์บอนเครดิตอย่างเดียวเพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมาย Net Zero หรือไม่? 

  • ไม่เพียงพอ ตามมาตรฐานสากล เช่น SBTi องค์กรต้องมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในกระบวนการดำเนินงานของตนเองให้ได้มากที่สุดก่อน (ไม่น้อยกว่า 90%) ตามเกณฑ์ของ SBTi แล้วจึงใช้คาร์บอนเครดิตชดเชยส่วนที่เหลือที่ไม่สามารถลดได้จริงๆ เท่านั้น 

ตลาดคาร์บอนและคาร์บอนเครดิตไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางการเงิน แต่เป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ การกำหนดราคาคาร์บอนช่วยเปลี่ยนต้นทุนภายนอกทางสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นตัวเลขทางการบัญชีที่ชัดเจน ส่งผลให้ภาคธุรกิจปรับเปลี่ยนทิศทางการลงทุนไปสู่เทคโนโลยีปล่อยก๊าซต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม 

การพัฒนาตลาดคาร์บอนที่มีมาตรฐาน มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน 

 

บ้านปู คือ ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ดำเนินธุรกิจหลัก 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ U.S. Closed-Loop Gas (ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ) Next-Gen Mining (เหมืองยุคใหม่) Power+ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) Future Tech (เทคโนโลยีแห่งอนาคต) ในประเทศไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย ลาว มองโกเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม โดยมุ่งขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลก ผ่านการสร้างสรรค์โซลูชันพลังงานที่มั่นคงและรับผิดชอบ เพื่อขับเคลื่อนโลกสู่อนาคตที่ดียิ่งกว่าเดิม
ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับพลังงานและความยั่งยืนได้ที่นี่ และทางเพจเฟซบุ๊ก Banpu

 

References 

  1. องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) – TGO: https://tver.tgo.or.th/about-us/th-overview  
  1. International Energy Agency (IEA) – Carbon Capture, Utilisation and Storage: https://www.iea.org/fuels-and-technologies/carbon-capture-utilisation-and-storage 
  1. World Bank Group – Carbon Pricing Dashboard: https://carbonpricingdashboard.worldbank.org 
  1. Verra — Verified Carbon Standard (VCS): https://verra.org/programs/verified-carbon-standard/  
  1. Gold Standard: https://www.goldstandard.org/  
  1. Science Based Targets initiative (SBTi) — Net-Zero Standard: https://sciencebasedtargets.org/net-zero  
  1. Science Based Targets initiative (SBTi) — Net-Zero Standard https://files.sciencebasedtargets.org/production/files/Net-Zero-Standard.pdf  
  1. High-Quality Carbon Credit Prices https://carboncredits.com/high-quality-carbon-credit-prices-hit-record-levels-driven-by-integrity-and-market-shifts/  
  1. ICVCM — Core Carbon Principles https://icvcm.org/core-carbon-principles
Tags :
เหมืองถ่านหิน
เหมืองแอร์ลี
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.1
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

13.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองสปริงเวล
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.7
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

5.3
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองคลาเรนซ์
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.3
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

24.7
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองแมนดาลอง
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.5
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

43.9
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองไมยูนา
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.2
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

11.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองแองกัสเพลซ
นิวเซาท์เวลส์​

หยุดพักการผลิต

อยู่ในสถานะพักการผลิต

สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการ BESS
โครงการ BESS วูรีน
วิกตอเรีย

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

350
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

1,400
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 50%
โครงการ BESS เคอแรง
วิกตอเรีย

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

103
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

206
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการเหมืองถ่านหิน
โครงการนิวสแตนเอกซ์เทนชัน
นิวเซาท์เวลส์​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง

51.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการเหมืองนิวเบคส์
นิวเซาท์เวลส์​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง

7.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการเหมืองวอลลาราห์
นิวเซาท์เวลส์​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง

7.8
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 14%
ท่าเรือ
ท่าเรือถ่านหินบน็ตังและท่าเรืออื่น ๆ

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับส่งออกถ่านหิน

Coal Project
NPR Mine Project
กาลีมันตันกลาง​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

Reserves
(pre-development)

77.4
Mt
Banpu Ownership : 65.14%
เหมืองถ่านหิน
เหมืองอินโดมินโค
กาลีมันตันตะวันออก​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

1.6
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

30.4
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมืองตรูไบนโด
กาลีมันตันตะวันออก​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.7
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

50.2
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมืองบารินโต
บาริโตเหนือ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

1.7
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

95.4
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมืองโจรง
กาลีมันตันใต้​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

2.3
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมือง GPK
กาลีมันตันตะวันออก​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.5
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

99.1
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมือง TIS
กาลีมันตันตะวันออก​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.1
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

7.2
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
เหมือง NPR
กาลีมันตันกลาง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.1
ล้านตัน

ปริมาณ
ถ่านหินสำรอง
(2568)

77.4
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.14%
โรงไฟฟ้าพลังความร้อน
โรงไฟฟ้าหงสาพาวเวอร์
จังหวัดไชยบุรี​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิต
ไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

1,878
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 40%
โรงไฟฟ้าพลังความร้อน
โรงไฟฟ้า BLCP
จังหวัดระยอง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิต
ไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

1,434
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 50%
โครงการโซลาร์
โครงการโซลาร์จินหู เฉียนเฟิง
มณฑลเจียงซู​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

120
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 10%
โครงการ BESS
โครงการ BESS จินหู เฉียนเฟิง
มณฑลเจียงซู​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

10
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงาน
(ไตรมาส 1/2569)

20
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังความร้อน (CHP)
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนและไอน้ำลวนหนาน
มณฑลเหอเป่ย​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า

150
เมกะวัตต์

กำลังผลิตไอน้ำ

538
ตันต่อชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนและไอน้ำเจิ้งติ้ง
มณฑลเหอเป่ย​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า

73
เมกะวัตต์

กำลังผลิตไอน้ำ

370
ตันต่อชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนและไอน้ำโจวผิง
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า

125
เมกะวัตต์

กำลังผลิตไอน้ำ

600
ตันต่อชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 70%
โรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง
มณฑลชานซี​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า

1,320
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 30%
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
โซลาร์ฮุ่ยเหนิง
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

21.51
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์จิ้นซาน
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

28.95
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์เฮ่าหยวน
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

20.00
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์ฮุ่ยเอิน
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

19.70
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์เต๋อหยวน
มณฑลเจ้อเจียง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

51.64
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์ซิ่งหยู
มณฑลซานตง​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

10.30
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์จี้ซิน
มณฑลเจียงซู​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

25.22
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองถ่านหิน
เหมืองเกาเฮ่อ
มณฑลชานซี​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

2.6
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

72.9
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 45%
เหมืองเหอปี้
มณฑลเหอหนาน​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.3
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

40.6
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 40%
โซลาร์ฟาร์ม
โซลาร์ฟาร์มเบอรีล
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

110.9
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์ฟาร์มมานิลดรา
นิวเซาท์เวลส์​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

55.9
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
ท่าเรือ
ท่าเรือถ่านหิน NCIG

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับส่งออกถ่านหิน

โครงการเหมืองถ่านหิน
โครงการอุ๊นส์ขูดัก
จังหวัดโกบีกลาง​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(ไตรมาส 1/2569)

540.9
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
เหมืองถ่านหิน
เหมืองซานต์อูล
จังหวัดโกบีใต้​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังผลิตถ่านหิน
(ไตรมาส 1/2569)

0.57
ล้านตัน

ปริมาณถ่านหินสำรอง
(2568)

~63.5
ล้านตัน
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานลม
โรงไฟฟ้าพลังงานลมมุ่ยดิ่ญ
จังหวัดนิงห์ถวน​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

37.60
เมกะวัตต์ 
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
โซลาร์เญิ่นไห
จังหวัดนิงห์ถวน​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

35
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการพลังงานลม
โครงการวิญเจา เฟส 1
จังหวัดซ้อกจัง​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

30
เมกะวัตต์ 
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
โอลิมเปียโซลาร์
กุมมะ อิบารากิ และโทจิงิ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

10
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 40%
โซลาร์ยามากาตะ
ยามากาตะ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

20
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์เคเซ็นนุมะ
มิยากิ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

20
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โซลาร์ชิราคาวะ
ฟุกุชิมะ ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้า
(ไตรมาส 1/2569)

10
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการ BESS
โครงการ BESS อะอิซุ
ฟุกุชิมะ ​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

26
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

104
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการ BESS สึโนะ
มิยาซากิ​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

26
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

104
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 70%
โครงการ BESS คามิกูมิ-โตเกียว
โตเกียว

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

2
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

8
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 49%
โครงการ BESS นิกโกะ
โทจิงิ​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

40
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

160
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการ BESS ฮิโยชิบารุ
โออิตะ​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

20
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

80
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 30%
โครงการ BESS
โครงการ BESS อิวาเตะโทโนะ
อิวาเตะ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

15
เมกะวัตต์

กำลังการกักเก็บ
พลังงานรวม
(ไตรมาส 1/2569)

58
เมกะวัตต์ชั่วโมง
สัดส่วนการถือหุ้น : 75%
โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS)
โครงการ อีเกิล ฟอร์ด
เท็กซัสใต้​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ความจุการกักเก็บ CO2
(2568)

~90,000
ตัน/ปี
โครงการ อีสส์ เท็กซัส
เท็กซัสตะวันออก​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

ความจุการกักเก็บ CO2
(2568)

~70,000
ตัน/ปี
โครงการ BESS
โครงการ BESS เมกะเมาท์
เท็กซัส​

อยู่ระหว่างการพัฒนา

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(2569)

100
เมกะเมาท์ ​

กำลังการกักเก็บพลังงาน
(2569)

200
เมกะเมาท์ ​
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCUS)
โครงการ บาร์เนตต์ ซีโร่
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

ความจุการกักเก็บ CO2
(2568)

183,000
ตัน/ปี
โครงการ คอตตอน โคฟ
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

ความจุการกักเก็บ CO2
(2568)

32,000
ตัน/ปี
แหล่งก๊าซธรรมชาติ (Shale Gas)
แหล่งก๊าซธรรมชาติมาร์เซลลัส รัฐเพนซิลเวเนีย
เพนซิลเวเนีย ​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

ปริมาณก๊าซสำรอง (1P)
(2568)

0.6
ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าก๊าซธรรมชาติ
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.94%
แหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ รัฐเท็กซัส
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

ปริมาณก๊าซสำรอง (1P)
(2568)

5.5
ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตเทียบเท่าก๊าซธรรมชาติ
สัดส่วนการถือหุ้น : 65.94%
โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (HELE/CCGT)
โรงไฟฟ้า Temple I
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

768
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้า Temple II
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

755
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%
โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
โซลาร์ฟาร์มพอนเดอร์
เท็กซัส​

ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว​

กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม
(ไตรมาส 1/2569)

2.5
เมกะวัตต์
สัดส่วนการถือหุ้น : 100%

ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์